จุดกำเนิดโอมากาเสะในร้านซูชิริมถนนของยุคเอโดะ
โอมากาเสะ ในยุคแรกไม่ใช่อาหารหรู แต่เป็นซูชิสตรีทฟู้ดที่เกิดขึ้นในยุคเอโดะประมาณ 200 ปีก่อน ร้านซูชิเล็ก ๆ ในโตเกียวจะให้ลูกค้า “ฝากเชฟเลือกให้” เพราะวัตถุดิบสดใหม่เปลี่ยนทุกวัน การทำซูชิแบบเร็วและเสิร์ฟทันทีเป็นเอกลักษณ์ของคนเมืองยุคนั้น เมื่อเวลาผ่านไป แนวคิดโอมากาเสะกลายเป็นการพิสูจน์ทักษะของเชฟที่ต้องรู้จักวัตถุดิบตามฤดูกาลจนถึงรสชาติ จนกลายเป็นศิลปะอาหารชั้นสูงที่คนทั่วโลกต้องการลิ้มลอง
การพัฒนาโอมากาเสะสู่ Fine Dining การคัดวัตถุดิบระดับพรีเมียม
ร้านโอมากาเสะสมัยใหม่มักลงทุนในการหาแหล่งวัตถุดิบหายาก เช่น โอโทโร่ระดับ A5 หอยเม่นสดส่งตรงจากฮอกไกโด หรือปลาที่จับด้วยวิธีดั้งเดิมแบบ “อิเคะจิเมะ” การคัดสรรเหล่านี้ทำให้โอมากาเสะไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้ชมเทคนิค การจัดจาน และความละเอียดขั้นสูง เชฟโอมากาเสะยุคใหม่ยังผสมผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับรสชาติญี่ปุ่น ทำให้โอมากาเสะกลายเป็น Fine Dining ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
โอมากาเสะในวัฒนธรรมโลก จากโตเกียวสู่ทุกเมืองใหญ่
ความนิยมของโอมากาเสะทำให้หลายเมืองทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และปารีส เปิดร้านระดับมิชลินที่ยึดหลักการ “เชฟเลือกให้” เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษ ลูกค้าจำนวนมากมองว่าโอมากาเสะคือวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ผสมผสานความประณีต ความสดใหม่ และความเคารพต่อวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังสร้างกระแสการท่องเที่ยวอาหาร (Food Tourism) ที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมทั่วโลก ส่งผลให้โอมากาเสะเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น ( อ่านเพื่มเติม เว็บข่าว )