โอโคโนมิยากิ

โอโคโนมิยากิ
โอโคโนมิยากิ
โอโคโนมิยากิ

โอโคโนมิยากิ เป็นแพนเค้กที่มีรสชาติเผ็ดของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีมีส่วนผสมที่หลากหลายบนตัวแป้งข้าวสาลีที่ทำจากแป้ง มันคือขนมตัวอย่างของ konamon ( แป้งเบสอาหารญี่ปุ่น ) ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า okonomi ซึ่งมีความหมายว่า “คุณชอบอะไร” หรือ “สิ่งที่คุณชอบ” และ yaki หมายถึง “การปรุง”

Okonomiyaki ส่วนใหญ่นั้นจะมาจากคันไซ หรือฮิโรชิม่า ท็อปปิ้งที่ใส่ใน อาหาร นี้นั้นจะมีหลากหลาย แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และแต่ละภูมิภาค ซึ่งในโตเกียวนั้นมี okonomiyaki ที่เรียกว่า มงจายากิ

ส่วนผสม โอโคโนมิยากิ

  • แป้ง 100 กรัม (แป้งธรรมดา + ผงฟู)
  • น้ำ 150 มิลลิลิตร
  • ยากิโซบะ 200 กรัม (บะหมี่ข้าวสาลีหรือไข่)
  • ซอสยากิโซบะ (หรือซอสเวอร์ซ)
  • กะหล่ำปลีหั่นฝอยหนึ่งถ้วย
  • ไข่ 2 ฟอง
  • เนื้อสัตว์ / อาหารทะเล / ผักอื่น ๆ
  • น้ำมันพืชเพื่อผัดซอสและเครื่องปรุง

วิธีการ และขั้นตอนการทำ

  1. ผสมแป้งและน้ำให้เข้ากัน จากนั้นลงแป้งบนกระทะอุ่นเพื่อทำแพนเค้กบาง ๆ ปรุงอาหารเพียง 1-2 นาทีด้วยไฟที่อ่อน หรือปานกลาง
  2. วางไส้ที่ต้องการลงบนแป้งแค่ครึ่งเดียว (ยกเว้น yakisoba) ที่ต้องวางด้านบนของแพนเค้ก
  3. เทส่วนผสมอีกหนึ่งครั้งลงบนส่วนผสม
  4. เทส่วนผสมแป้งลงไปบนท็อปปิ้งในกระทะ (ทำแพนเค้กขนาดใหญ่หนึ่งชิ้นหรือชิ้นเล็ก ๆ สองชิ้น)
  5. ผัดบะหมี่ยากิโซบะกับซอสยากิโซบะ
  6. พลิกแพนเค้กอีกด้านหนึ่ง
  7. วาง Okonomiyaki บนบะหมี่ยากิโซบะแล้วดันให้แน่น
  8. ทอดไข่ด้านหนึ่งแล้วใส่ Okonomiyaki ลงไปด้านบน ด้านบนมีซอสและไข่ วาง Okonomiyaki บนจานโดยให้ไข่หงายขึ้น
  9. ทำเค้กอีกแบบในลักษณะเดียวกันและแต่งหน้าเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

Okonomiyaki เป็นจุดตัดระหว่างแพนเค้กและพิซซ่า “Okonomi” หมายถึง“ ตามที่คุณต้องการ” จานนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเพราะมันถูกเตรียมในรูปแบบที่แตกต่างกันในส่วนต่าง ๆ ของญี่ปุ่น นี่คือหนึ่งในรูปแบบที่นิยมมากที่สุด

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

ผู้สนับสนุน ufabet

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

โมนากะ ขนมญี่ปุ่น

โมนากะ
โมนากะ

โมนากะ เป็นขนมจากประเทศญี่ปุ่นที่ทำจากการนำแป้ง ที่เรียกว่า แป้งโมจิโคเมะ นำมาละลายน้ำก่อน จากนั้นจึงทำการยืดแป้งให้เป็นแผ่นบาง แล้วก็นำไปปั้นขึ้นเป็นรูป เมื่อทำการปั้นเป็นรูปเสร็จแล้ว จึงค่อยนำไปย่างจนข้างนอกกรอบกำลังดี และก็สอดไส้ด้วยถั่วแดงที่นำไปกวนมาก่อนหน้านี้

ในส่วนของรูปร่างขนม Monaka นั้น ก็จะมีรูปร่างที่แตกต่างกันไปในแต่ละร้าน ในทั่ว ๆ ไปจะทำแนรูปแบบของวงกลม หากร้านไหนจะใส่ความน่ารักของขนมก็สามารถทำเป็นรูปตัวการ์ตูนอานิเมะ และรถไฟในแต่ละท้องถิ่น ได้อีกด้วย

ขนม Monaka แต่ก่อนนั้นจะเรียกขนมนี้ว่า ขนมสอดไส้ อังโกะ หรือถั่วแดงกวน แต่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนการเรียกชื่อ เป็น “Monaka” อีกทั้งขนมอื่น ๆ ที่มีการสอดไส้ด้วยวัตถุดิบอื่น ๆ บางคนก็เรียกชื่อนี้เช่นเดียวกัน

 ขนมนี้ที่เป็นที่นิยม และขึ้นชื่อเป็นที่ 1 ก็คือ ไอซ์โมนากะ เป็นขนมที่สอดไส้ไอติมวนิลา รสชาติหวาน ๆ เย็นลงตัวเป็นที่สุด

ในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนขนมนี้ขึ้นมาใหม่เรื่อย ๆ และก็ยังมีที่โดดเด่นอยู่ ก็คือ Kuri Monaka จะมีลักษณะที่เป็นแป้งกรอบ ๆ ทำจากแป้งข้าวเหนียว ในทั่วไปนั้นจะสอดไส้ถั่วแดงกวน แต่ Kuri Monaka นี้จะป็นขนมเพื่อการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิจึงมีการทำรสชาติขึ้นมาใหม่ เป็นไส้ถั่วขาวกวนและมีเกาลัดต้มหวานอยู่ข้างในไส้อีกด้วย ถ้าหากใครอยากลองลิ้มรสชาติ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขนมชุนคะโดได้ทุกสาขาเลย

ทั้งนี้ ขนม Monaka เป็นขนมที่ทำจากแป้งโมจิยืดและขึ้นเป็นรูปต่าง ๆจากนั้นจึงนำไปย่างเพื่อให้กรอบคล้ายเวเฟอร์ และจึงทำการสอดไส้ด้วยถั่วแดงที่นำไปกวนจนหอมหวาน ในส่วนของตัวแป้งสามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย โดยขึ้นอยู่ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งไส้ต้นตำหรับนั้นจะเป็นไส้ถั่วแดง แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการสอดไส้รสชาติต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต วลิลา คัสตาร์ด และชาเขียว ฯลฯ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละร้าน และนอกจากนี้ก็ยังมีการนำไอศกรีมเป็นไส้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อความอร่อยหลังแกะแล้วควรทานให้หมดทันที เพราะแป้งจะหายกรอบเมื่อโดนลมนาน ๆ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สนับสนุนบทความโดย ufabet168

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เทศกาลทานาบาตะ เทศกาลใหญ่ในญี่ปุ่น

เทศกาลทานาบาตะ เทศกาลใหญ่ในญี่ปุ่น
เทศกาลทานาบาตะ เทศกาลใหญ่ในญี่ปุ่น

เทศกาลทานาบาตะ เทศกาลใหญ่ในญี่ปุ่น ทางเว็บไซต์จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดพิธีทานาบาตะขึ้น เมืองต่าง ๆ ที่จัดยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีสถานที่ดังนี้

  1. เทศกาลทานาบาตะ ในเมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ ได้เริ่มการจัดพิธีขึ้นในช่วงวันที่ 6 – 8 เดือนสิงหาคม ในบริเวณชิมิน ฮิโรบะ สแควร์ , สวนโคโทได ,สุสานซูอิโฮเดน และปราสาทอาโอบะ อีกทั้งได้มีการจัดแสดงพลุที่ริมแม่น้ำฮิโรเสะ และบริเวณของสวนนิชิ อีกด้วย
  2. เทศกาลทานาบาตะ ในเมืองอันโจ จังหวัดไอจิ ได้เริ่มการจัดพิธีขึ้นในช่วงวันที่ 2 – 4 เดือนกรกฎาคม ในบริเวณสถานีรถไฟเจอาร์อันโจ นั่นเอง
  3. เทศกาลทานาบาตะ ในเมืองฮิรัตสึกะ จังหวัดคานางาวะ ได้เริ่มการจัดพิธีขึ้นในช่วงวันที่ 5 – 7 เดือนกรกฎาคม บริเวณที่มีการจัดตั้งพิธีคือ สถานีรถไฟ Hiratsuka

ทั้งนี้ไม่ใช่แค่คนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีการเฉลิมฉลอง เพราะในประเทศจีนก็มีการจัดตั้งเทศกาลนี้เช่นกัน เรียกได้ว่า เป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้เลย โดยชื่อเทศกาลของจันมีชื่อว่า เทศกาลชีซี (Qixi Festival) ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 7 ส.ค. ของทุกปีเช่นกัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

จากสถานการณ์ในช่วงปีนี้ เทศกาลนี้ก็ได้ถูกยกเลิกออกไป เพราะในประเทศต้องการที่จะเฝ้าระวังการแพร่กระจายของการติดเชื้อของ โคโรน่าไวรัส หรือ โควิด – 19 เพื่อเป็นการป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของคนในเมืองที่จะมาเข้าเยี่ยมชม ซึ่งทางประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสูงที่สุดที่จะต้องมีการยกเลิกเทศกาลนี้ นั่นเอง ซึ่งในทางประเทศจะขอเลือ่นเทศกาล ครั้งที่ 70 ในปีหน้า…

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สามารถเข้าเที่ยวชมเว็บไชต์ผู้สนับสนุนได้ที่นี่ ufabet168

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เทศกาลทานาบาตะ

เทศกาลทานาบาตะ
เทศกาลทานาบาตะ

เทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลขอพรจากดวงดาวที่เก่าแก่ของคนญี่ปุ่น และจะมีการจัดขึ้นในประเทศพร้อม ๆ กันในเดือนก.ค.- ส.ค. ของทุก ๆ ปี

ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่น่าไปท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะเป็นประเทศที่มีทั้งสถานที่ทางธรรมชาติ วัมนธรรม รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่น่ารู้ อีกทั้งเป็นประเทสที่น่าสนใจ เป็นประเทศมีความสะอาด เป็นระเบียบ คนท้องถิ่นใจดี

ซึ่งในเมืองของญี่ปุ่นนั้นยังมี เทศกาลต่าง ๆ ตลอดทั้งปีที่ให้เหล่าผู้คนท้องถิ่น รวมทั้งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมบรรยากาศกันได้ด้วย ซึ่งวันนี้ทางเว็บไซต์เราจะมาถึงเทศกาลในฤดร้อนที่ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว เทศกาลนี้ก็คือ เทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลที่ขอพรจากดวงดาว ที่ได้มีมาเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปีตั้งแต่สมัยยุคเฮอัง นั่นเอง

ทานาบาตะ เป็นวันแห่งความรัก อีกทั้งยังเป็นความสุขอันสมหวังของดวงดาวทั้ง 2 ซึ่งในดวงแรกนั้นคือ โอริ ฮิเมะ และดวงที่สองคือ ฮิโกโบชิ และในตามความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นนั้นได้เล่ากันต่อ ๆ มาว่า ทั้งสองดวงดาวต้องพรากจากกันโดยทางช้างเผือก

หรือคนญี่ปุ่นเรียกว่า อามาโน่ คาวา ที่แปลคำนี้ได้ว่า แม่น้ำแห่งสวรรค์ ที่แม่น้ำสายนี้เป็นสายน้ำที่กั้นระหว่างสองดวงดาวให้ต้องพลัดพลากจากกัน แต่ทุก ๆ ปีนั้น ในวันที่ 7 เดือนที่ 7 เป็นวันของทางช้างเผือก ก็จะออกมาปรากฏทำให้ได้มองเห็นได้ในทุก ๆ ปีบนท้องฟ้าของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้ง เป็นวันที่ทั้งสองดวงดาวได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง

ซึ่งในวันนั้น ก็ได้เป็นวันที่กำเนิดพิธีทานาบาตะขึ้น ที่คนญี่ปู่นนั้นเชื่อถือในเรื่องเล่า และก็ได้เล่ากันต่อ ๆ มาจนปัจจุบันว่า ต้องไปตัดต้นไผ่ มาปักไว้ตรงรั้วหน้าบ้าน และเขียนคำอธิษฐานบนกระดาษ จากนั้นนำไปผู้ที่ไม้ไผ่ เชื่อกันว่า คำฮธิษฐานนั้นจะเป็นจริง

และพิธีก็จะมีการแสดงระบำนกกระจอก ที่มีประวัติว่ายาวนานถึง 4 0 0 ปี ระบำนกกระจอกเป็นระบำของชาวพื้นเมือง โดยผู้รำนั้นจะถือพัดแล้วร่ายรำเลียนแบบนกกระจอก ต้อมาในปัจจุบันได้มีการร่ายรำแสดงนักท่องเที่ยวให้ได้รับชม และชักชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาร่ายรำด้วยกันอีกเช่นกัน ทั้งนี้การร่ายรำก็ทำให้สร้างความสนุกสนานให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จากเว็บ แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Dorayaki

Dorayaki
Dorayaki

Dorayaki หรือ โดรายากิ เป็นขนมหวานของประเทศญี่ปุ่น โดยรูปแบบของขนมนี้นั้นจะมีลักษณะที่เป็นแป้งแพนเค้ก จำนวน 2 แผ่น ที่นำมาประกบกันและมีไส้อยู่ตรงกลางที่เป็นไส้ถั่วแดงกวนนั่นเอง

ซึ่งในส่วนใหญ่และในตำนานนั้นแป้งโดรายากิจะทำมาจากแป้งสาลีที่ผสมกับเนย และนมสด จากนั้นนำแป้งที่ผสมกันไว้นำมาทอดให้เป็นแผ่นวงกลมเหมือนแพนเค้ก จากนั้นเมื่อทอดพอใกล้ที่จะสุกแล้วจนมีสีเหลืองก็จะนำ 2 แผ่นมาประกบเข้าด้วยกัน โดยก่อนที่จะประกบกันนั้นจะสอดไส้ถั่วแดงกวนน้ำเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ หรือ TEXTURE ของขนมอีกด้วย

แต่เดิมนั้นโดรายากิจะมีเพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้น แต่ในส่วนที่เห็นกันในปัจจุบันพึ่งเริ่มทำขึ้นมาใหม่เมื่อปี ค.ศ.1914 หรือในปี พ.ศ. 2457 เพียงเท่านั้น

ขนม Dorayaki ของวัฒนธรรมร่วมสมัยในญี่ปุ่น

โดรายากินั้น ได้เป็นที่รู้จักและเห็นกันบ่อย ๆ ในตัวละครที่ชอบทาน ในการ์ตุนมังงะหรืออนิเมะที่มีชื่อเรื่องว่า โดราเอมอน ซึ่งตัวละครโดราเอมอนนั้นชอบกินโดรายากิเอามาก ๆ และในการ์ตูนนั้นก็มักจะมีฉากที่โดราเอมอนรับประทานอยู่บ่อย ๆ จนทำให้ขนมโดรายากิเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนประกอบโดรายากิ

  • แป้งเค้ก 130 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • ผงฟู ½ ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด
  • ถั่วแดงกวน
  • นมสด
  • น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร

ขั้นตอนการทำ

  1. นำไข่ 2 ฟอง ตีกับน้ำตาลจนฟู
  2. ใส่น้ำผึ้ง น้ำ ตามด้วยแป้งเค้ก ตีต่อจนเข้ากัน แป้งที่ตีจะค่อนข้างข้น จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 15 นาที ต่อมานำน้ำเปล่าเติมใส่แป้ง 1 ช้อนโต๊ะแล้วคน ๆ
  3. ตั้งกระทะพอร้อน ทาน้ำมันเล็กน้อยให้ทั่ว จากนั้นเช็ดด้วยกระดาษซับมัน
  4. ลงแป้งในกระทะ 3-4 ช้อนโต๊ะต่อ 1 แผ่น พอแป้งเริ่มร้อนและเดือดเป็นฟองให้พลิกแป้งแล้วทอดจนแป้งสุก เมื่อสุกแล้วนำแป้งขึ้นมาพักไว้
  5. นำถั่วแดงกวนเติมนมสดเล็กน้อย ผสมกันเพื่อความหอมมัน และนำไปทาบนแป้งที่ทอดไว้ตามชอบ จากนั้นนำอีกแผ่นมาประกบเข้าด้วยกัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

*ถ้าหากใครอยากไส้ใส้อย่างอื่นก็สามารถนำมาทาแทนถั่วแดงกวนได้*

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : ufabet168

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น
ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในอาหารที่เป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น โดยที่เราได้เห็นกันทั่วไปนั่นแกงกะหรี่ (カレー) จะจัดเสิร์ฟพร้อมข้าวร้อน ๆ โดยจะราดแกงลงบนข้าวนั่นเอง

ส่วนในการทำแกงกะหรี่ของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะใส่เนื้อสัตว์และผักที่แตกต่างกันตามรูปแบบของร้าน และผักพื้นฐานที่เห็นได้บ่อยละใส่กันทั่ว ๆ ไป นั่นก็คือ แครอท หัวห้อมใหญ่ และมันฝรั่ง เป็นต้น และในส่วนของเนื้อสัตว์ที่นิยมใส่กัน นั่นก็จะมีทั้ง เนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ เป็นต้น

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ความเป็นมาของ ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

แกงกะหรี่ได้เริ่มเข้าสู่ในประเทศญี่ปุ่นในช่วงยุคสมัย ในยุคเมจิ ในปีค.ศ 1868-1912 ได้นำเข้ามาจากคนอังกฤษคนหนึ่งในช่วงที่ประเทศอินเดียนั้นได้อยู่ภายใต้ของการปกครองของประเทศอังกฤษนั่นเอง จึงทำให้เกิดเป็นแกงกะหรี่ขึ้นจนได้กลายเป็นที่นิยมและได้มีการเริ่มขายมากขึ้นในร้านอาหาร และSupermarket ในช่วงของค.ศ.1960 ต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงเรื่อย ๆ และได้มีการเผยแพร่จนมีการบริโภคในประเทศไปเรื่อย ๆ จนยกให้แกงกะหรี่นั้นถูกเรียกว่าเป็นอาหารของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงแรกนั้นวัตถุดิบทำจากผงกะหรี่และเครื่องปรุง อาทิเช่น ขิง กระเทียม ต้นหอมและเนย จากนั้นนำไปผสมกับแป้งสำลี เพื่อให้เกิดความเข้มข้น ในขั้นตอนการทำนั้นต้องผ่านกรรมวิธีที่ค่อนข้าวมาก จนกระทั่งต่อมาได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ  เพื่อความสะดวกและทำได้ง่ายจนเป็นแบบก้อนสำเร็จรูปที่เห็นกับได้ในปัจจุบัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความจาก ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Dango

Dango
Dango

Dango เป็นขนมของประเทศญี่ปุ่น รสสัมผัสทั้งหนึบและออกหวานเล็กน้อย ส่วนผสมของขนมดังโงะนั้นทำมาจากแป้งmochiko หรือ แป้งข้าว นั่นเอง ขนมนี้จะเสิร์ฟพร้อมกับชาเขียว เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่รับประทานคู่กัน สำหรับในช่วงการทานนั้นสามารถทานได้ตลอดทั้งปีและก็จะมีตามฤดูกาลหรืองานสังสรรค์ต่าง ๆ ที่เห็นกันชัด ๆ ดังโงะนั้นจะเสียบด้วยไม้เพื่อการง่ายต่อการรับประทานและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะนั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ดังโงะ เป็นขนมโบราณของคนญี่ปุ่นที่มีมานับ 100 ปีที่แล้ว และยังเป็นขนมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในประเทศมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเห็นได้ทั่ว ๆ ไปในเทศกาลดอกซากุระผลิบานจนทำให้ขนมได้รับความนิยมไปด้วย

ประวัติศาสตร์ “ดังโงะ”

เป็นขนมโบราณที่เก่าแก่ร่วม 100 ปี มีความเชื่อกันว่า ดังโงะ นั้นมีต้นกำเนิดแต่เดิมมาจาก ขนมโมทกะ (Modak) ที่เป็นขนมหวานของประเทศอินเดียสำหรับการถวายให้กับองค์พระพิฆเนศวรของศาสนาฮินดู และเชื่อว่าเป็นขนมอันทรงโปรดปรานขององค์พระพิฆเนศวรอีกด้วย ต่อมาก็ได้ปรากฏในหนังสือในยุคเฮอันในปี ค.ศ. 794 – 1185 (ศตวรรษที่10) หนังสือที่มีชื่อว่า The Shin Sarugaku Ki นั่นเอง จนกระทั่งได้มีการปรับเปลี่ยนขนมให้มีชื่อและมีรสชาติที่ดีจนทำให้ก่อเกิดเป็นดังโงะขึ้น ช่วงแรกดังโงะนั้นถือเป็นขนมทานเล่นหรือของว่างของเหล่าบรรดาขุนนางและพวกคนชนชั้นสูงในสมัยก่อนนั้นมากกว่า

ขนมดังโงะจะไม่เหมือนกันในแต่ละท้องถิ่น เพราะส่วนผสมในการทำแป้งดังโงะของแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ที่สำคัญแป้งดังโงะไม่ได้หาง่ายเหมือนปัจจุบันนี้แต่จะใช้ส่วนผสมจำพวกของในท้องถิ่นแทน อย่างเช่น ข่าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย มันหวาน ถั่ว ข้าวโพด รวมถึงเม็ดเกาลัด นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Daifuku

Daifuku
Daifuku

Daifuku หรือ ไดฟูกุ เป็นขนมของประเทศที่ปุ่น ที่มีลักษณะเป็นรูป โมจิ กลม ๆ เล็ก ๆ มีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม และยังมีไส้ข้างในอีกด้วย แต่ที่ในประเทศญี่ปุ่นนั้น จะนิยมใส่ใส้หวาน ก็คือ ถั่วแดงหวาน ที่ทำมาจากถั่ว azuki นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ไดฟูกุนั้นมีรสชาติ และรูปแบบที่หลากหลาย แต่ที่หลาย ๆ คนได้เห็นกันบ่อย ๆ หรือที่รู้จักกันนั้นจะเป็น โมจิขาว เขียว และชมพูอ่อน เนื้อแป้งของไดฟูกุนั้น ทำมาจากแป้งชิ้นดี หรือที่บ้านเราเรียกว่า แป้งข้าวเจ้านั่นเอง แต่ก็สามารถใช้แป้งอื่นได้เช่นกัน อาธิ แป้งข้าวโพด และแป้งมันฝรั่ง ที่สำหรับนำมาคลุกขั้นตอนสุดท้ายเพื่อไม่ให้แป้งเกาะติดมือ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ความเป็นมา ของ ” ได ฟู กุ “

เริ่มแรก มาจาก Uzumomochi เป็นโมจิที่แรกเริ่มนั้น อยู่ในสมัยเอโดะ และ ไดฟูกู ชื่อเดิมนั้นก็คือ Habutai mochi เป็นเค้กข้าวเหนียวหนึบที่มีไส้อยู่ข้างใน ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Daifuku mochi และได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนการทำไส้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ไดฟูกุโมจิ หรือ 大福餅 ชื่อนี่ เป็นชื่อที่แห่งเงินทอง และความโชคดี นอกจากนี้ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 1 8 ไดฟูกุนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และยังเป็นขนมที่ใช้ในโอกาสในพิธีต่าง ๆ อีกด้วย

ในปัจจุบันนี้ เราได้เห็นมากมายทั่วไป ตามร้านคาเฟ่ญี่ปุ่น หรือ ไดฟูกุเดริเวอรรี่ต่าง ๆ แต่ที่โดดเด่นมาก ๆ นั้นจะเป็น ” ไดฟูกุสตรอเบอร์รี่ถั่วแดง ” ที่รสสัมผัสนั้น แป้งจะนุ่ม ๆ ไส้ถั่วแดงหวานเบา ๆ และมีความเปรี้ยว หวาน ฉ่ำ จากสตอเบอรี่ และเมื่อได้กินรวมกันแล้วนั้น อยากจะบอกว่า มันดีมากกกกกกกกก ลงตัวสุด ๆ หากใครอยากกิน ก็สามารถหาซื้อทาน หรือทำกินได้เลย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุน หลัก UFABET1688

โอมุ (OMU) ข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น

โอมุ (OMU) ข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น
โอมุ (OMU) ข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น

โอมุ (OMU) ข้าวห่อไข่สไตล์ญี่ปุ่น ถ้าหากได้พูดถึงข้าวห่อไข่ หรือเมนูคนญี่ปุ่นเรียกว่า O m u r a i s u นักชิมคนไทยนั้นจะไม่ค่อยได้คุ้นชินกับเมนูนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อถ้ากล่าวถึงคนญี่ปุ่นได้รับประทานนั้น เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูหนึ่งที่จัดว่าเป็นอาหารอันดับต้น ๆ ในความฮิตมาก ๆ ที่ถูกปากกับชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังหากินได้ง่ายในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน ซึ่งในประเทศไทยเรานั้นอาจจะหาร้านที่ทำขายได้ยาก เพราะถ้าหากินทั้งทีก็ต้องเข้าไปร้านสไตล์ญี่ปุ่นเลยเพราะว่ารสชาติสูตรต้นตำรับนั้นต้องเคยคุ้นชินและเคยทำมาแล้วนั่นเอง

O m u r a i s u เป็นสไตล์ตะวันตกที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับเข้ามา และปรับปรุงเมนูมาเป็นอาหารญี่ปุ่นนั่นเอง  เมนูนี้จะทำคล้าย ๆ ไข่เจียวที่มีข้าวผัดอยู่ข้างในของไข่เจียว ซึ่งไข่เจียวนั้นจะห่อข้าวผัดอีกทีนึง จากนั้นจะราดซอสมะเขือเทศลงไปขณะรับประทาน เมนูนี้ได้รับความนิยมมากในฝั่งตะวันตกทั้งทำได้ง่าย วัตถุดิบน้อย ถมรสชาติอร่อยอีกด้วย

ความเป็นมาของ O m u r a i s u

ข้าวห่อไข่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 เกิดขึ้นในร้านอาหารสไตล์ตะวันตกในกรุงโตเกียว  แรงบันดาลใจของเมนูนี้มาจาก chakin-Zushi  และเมนูจานนี้ได้ถูกนำไปเผยแพร่ให้กับชาวเกาหลีและชาวไต้หวัน จนได้รับความนิยมต่อ ๆ ไป

โดยทั่วไปแล้วในจานอาหารจะประกอบไปด้วย chikin raisu หรือข้าวผัดไก่ซอสมะเขือเทศและไก่ ที่ห่อด้วยไข่คนเป็นแผ่นบาง ๆ ส่วนผสมนั้นจะแตกต่างกันไปแล้วแต่คนจะชอบ ในบางครั้งข้าวที่นำมาผัดกับเนื้อสัตว์ต่าง ๆ นั้นจะนำสต็อกเนื้อมาปรุงรสชาติเช่นกัน จากนั้นก็จะปรุงด้วยซอสมะเขือเทศ  ซอสขาว เกลือและพริกไทย

ถ้าหากใครสนใจ ความรู้ เนื้อหาในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม สามารถติดตามเว็บไซต์ ทางช่องทางเว็บไชต์หลักของเราได้เลยค่ะ เราจะนำความรู้ต่าง ๆ มาเผยแพร่ให้ทุก ๆ คนได้อ่านกันเรื่อย ๆ เลย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณ ผู้สนับสนุนหลัก UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

รอบรู้เรื่องขนมหวานในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องขนมหวานในประเทศญี่ปุ่น
รอบรู้เรื่องขนมหวานในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องขนมหวานในประเทศญี่ปุ่น ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่าการกินขนมหวานหรือที่ไปที่มาของขนมนั้นมีความหลากหลายและยังเป็นเรื่องที่ซีเรียสทีเดียว ซึ่งทางเว็บไซต์ของเราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาได้ ดังนี้

  1. ความหมายของ ขนมหวาน หรือ เรียกว่า kasha ในประเทศญี่ปุ่น นั้นมันคือ ผลไม้ และถั่ว ซึ่งในส่วนจำพวกน้ำตาลนั้น ในอดีตกาลไม่ได้อยู่ในสารระบบที่แท้จริง ในประเทศญี่ปุ่นเลย แต่จนกระทั่งมาถึงในศตวรรษที่ 1 6 ในประเทศญี่ปุ่น จึงได้รู้จักน้ำตาลนั่นเอง
  2. ของหวานในประเทศญี่ปุ่นนั้น จะต้องทานของหวานกับชา จึงจะเรียกได้ว่าเป็นคนญี่ปุ่นที่แท้จริง
  3. คนประเทศญี่ปุ่นนั้นจะไม่รับประทานของหวาน หลังทานอาหารมื้อหลัก
  4. น้ำตาลที่คนญี่ปุ่นพึ่งได้รู้จักในศตวรรษที่ 1 6 นั้นเป็นของที่ได้นำเข้ามา และมีราคาที่สูงในยุคที่มีการพัฒนาประเทศในช่วงแรก ๆ ต่อมาเมื่อช่วงต้นปี 1 7 0 0 ประเทศญี่ปุ่นจึงได้ทำการปลูกอ้อยขึ้นมา เพราะในยุคโชกุนก็พยายามที่จะจัดระเบียบการ กับระบบในเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น
  5. คนญี่ปุ่นนั้นได้รู้จักและเรียนรู้การทำลูกหวานที่หลากหลายรสชาติมากจากประเทศโปตุเกส และในชาติตะวันตก และมีคำเรียกชื่อเฉพาะก็คือ Nanbanjin ที่ได้เปลี่ยนแปลงมาจากคำว่า nanbangashi ในปัจจุบัน
  6. ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ผู้คนกินลูกกวาด หรือลูกอมกัน โดยประมาณ 3 5 0 , 0 0 0 ตัน/ปี ซึ่งถ้าหากคิดเป็นแคลอรี่นั้น จะอยู่ที่ 1 0 0 แคลอรี่ ต่อคน ต่อ 1 วัน
  7. ในประเทศญี่ปุ่น ผู้หญิงจำนวนมาก ชอบไปนั่งเล่นที่ร้านขนมมาก ๆ
  8. ผู้หญิงญี่ปุ่นนั้นชอบลูกกวาดที่มีสีสันที่น่ารัก อย่างเช่น สีชมพูอ่อน สีเหลืองอ่อน และสีเขียวอ่อน ที่ดูเป็นโทนพาสเทลอย่างนี้
  9. ในประเทศญี่ปุ่นได้พยายามทำช็อคโกแลตขึ้น ให้ดูแปลกตา และแตกต่างออกไป และยังพยายามหาไอเดียใหม่ ๆ นำมาปรับเปลี่ยนรสชาติอยู่เสมอ ๆ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : ufabet

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0