ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น

ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น
ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น

ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น ในเหล่าบรรดาของเครื่องสายในประเทศญี่ปุ่นนั้น ซามิเซ็ง (Shamisen) นั้นถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงที่ไพเราะที่สุด และเครื่องสายชนิดนี้ยังเหมาะสำหรับการแสดงโบราณของประเทศญี่ปุ่นในหลายรูปแบบอีกเช่นกัน เพราะสามารถที่จะดีดออกมาเป็นเสียงในระดับต่าง ๆ ได้

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

จากที่ได้กล่าวไว้ว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้เป้นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะมากที่สุด และก็ยังเป็นเครื่องดนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกด้วย และมีความเชื่อกันว่า ซามิเซ็ง (Shamisen) นั้นมีพื้นฐานมาจากเครื่องตนตรีที่มีมาจากประเทศจีนหรือเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ซังเง็น ที่สมัยก่อนนั้นได้มีการเผยแพร่เข้ามาในประเทศยญี่ปุ่นในอาณาจักรริวกิว ซึ่งในปัจจุบันนั้นเป็นเกาะที่เรียกว่าเกาะโอกินาวานั่นเอง

จากที่ผ่านมาในสมัยของศตวรรษที่ 16 นั้นต่อ ๆ มา ได้รับความนิยมและได้รับการพัฒนาเครื่องดนตรีมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันกระทั่งกลายมาเป็นเครื่องดนตรีที่มีความนิยมและโดดเด่นมากที่สุดในช่วงยุคกลางของญี่ปุ่นมาจนถึงในปุจจุบันนี้ โครงสร้างพื้นฐานของเครื่องดนตรีนั้นจะมีทั้ง ชาโอะ ที่เป็นส่วนของการขึงสายดนตรีที่ทำขึ้นมาจากไม้จันทร์แดง หรือไม้ประเภทไม้ประดู่ของทางบ้านเรานั่นเอง ในส่วนของปลายของชาโอะนั้นก็จะมีลูกบิดสำหรับการปรับขึ้นสายสำหรับเสียงการดีดต่าง ๆ ที่เรียกกันว่า โด ทำมาจากไม้เนื้อแข็งที่มีส่วนประกอบเป้นรูปสี่เหลี่ยมที่นำมาขึงด้วยหนังของสัตว์(สุขับและแมว) เครื่องดนตรี ซามิเซ็ง (Shamisen) ของเกาะโอกินาวานั้นเรียกว่าซันชิน นั้นจะขึงด้วยหนังสัตว์เช่นกัน แต่หนังสัตว์ที่ขึงนั้นคือหนังงูนั่นเอง ส่วนการเล่นซามิเซ็งนั้นจะต้องใช้แผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมยาว ๆ ในการดีดเรียกว่า บาฉิ นั่นเอง

เสียงจากการดีดเครื่องดนตรีนั้นจะมีเสียงที่ไพเราะมาก ถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นมีการเล่นซามิเซ็งเพราะกลายเป็นเครื่องดนตรีที่ล้าสมัยไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ที่เล่นเพื่อคงอนุรักษณ์วัฒนธรรมเอาไว้อีกเช่นกัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ชิโรอิโคอิบิโตะ

ชิโรอิโคอิบิโตะ
ชิโรอิโคอิบิโตะ

ชิโรอิโคอิบิโตะ ของฝากที่ขึ้นชื่อในเมืองฮฮกไกโด เป็นขนมคุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลต เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นของฝากอันนี้กันบ่อย บางคนอาจจะได้กินบ่อยเพราะว่าถ้าเพื่อน หรือใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา ก็ต้องหิ้วขนมนี้มาฝากแน่ ๆ เพราะสามารถที่จะหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้าน Duty Free ทั่วไปในสนามบินที่ประเทศญี่ปุ่น โดยก็จะมีให้เลือกอยู่ 2 รสชาติ คือ แบล็คช็อกโกแลต และไวท์ช็อกโกแลต และยังสามารถเลือกซื้อได้หลายขนาดเช่นกัน

Shiroi Koibito มีต้นกำเนิดมาจากเมืองฮอกไกโด เมื่อใครได้เยือนและเที่ยวที่ฮอกไกโด ก็ต้องแวะเที่ยวชมความสวยงามและได้ซื้อ Shiroi Koibito กันแน่ ๆ เพราะว่าขนมนี้เป็นของฝากที่ขึ้นชื่ออย่างมากวางขายกันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สถานีรถไฟแต่ส่วนมากก็มักจะซื้อสนามบินเพราะง่ายต่อการเอาขึ้นเครื่องได้เลย ราคาก็จะอยู่ที่ 576-3805 เยน ตามไซต์ขนาดของกล่อง จุดเด่นอย่างหนึ่งของขนมคือยังคงความอร่อยมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ ค.ศ.1976

Shiroi Koibito (白い恋人) แปลว่า คนรักสีขาว โดยขนมภายในกล่องแต่ละชิ้นนั้นจะมาเป็นแพ็ค ๆ อยู่ในห่อพลาสติก หากซื้อมาแบ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถที่จะหยิบส่งให้เพื่อน ๆ หรือแบ่งกันกินกันไม่เปอะเลอะเทอะอีกด้วย ซื้อมาแบ่งเพื่อน ๆ ได้สบาย เยกได้ว่าเป็นของฝากที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวเลย

มาดูในส่วนของคุกกี้ ด้านนอกนั้นเป็น Langue de chat เป็นขนมอบกรอบของประเทศฝรั่งเศส ที่ผ่านกระบวนการอบมาอย่างพิถีพิถัน เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะกรอบหน่อย ๆ มีเนื้อที่ละเอียดและยังได้กลิ่นหอมของงวนิลาที่พอดีลงตัวมาก ๆ ส่วนของไส้หรือไวท์ช็อกโกแลตนั้นก็เป็นสูตรพิเศษของที่ฮอกไกโด ที่มีรสชาติที่หวานพอดีเลย เมื่อได้กินเข้าไปแล้วต้องบอกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้เลยทีเดียวเชียว ได้ทั้งกลิ้นหอมกรุบกรอบบาง ๆ ของคุกกี้ที่ผสมผสานที่ลงตัวก็ไส้ไวท์ช็อกโกแลตข้างในที่มีรสหวานหอมกำลังดี ถือว่าถ้าได้กินแล้วหลาย ๆ คนคงจะต้องชอบอย่างแน่นอนเลย

นอกจากนี้ถ้าหากว่าใครได้ไปเยือนซัปโปโรในฮอกไกโดแล้วก็อย่าพลาดที่จะไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตขนม และยังสามารถที่จะลองทำขนมเองได้ด้วยตนเองที่ Shiroi Koibito Park หากเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานต้องซื้อตั๋วบริเวนทางเข้าก่อนโดยราคาจะมีดังนี้

  • นักเรียนมัธยมปลายเป็นต้นไป 600 เยน
  • เด็กเล็กถึงนักเรียนมัธยมต้น 200 เยน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าฟรี

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น
ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น มีหลาย ๆ คนที่ได้เข้าไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น จนได้อาศัยในญี่ปุ่นมานานจนได้เข้าสู่วัยกลางคน จนได้มีการสังเกตเห็นในเรื่องของ ธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่หายไป อาทิเช่น ร้านล้างรูป แต่ก็ยังมี ธุรกิจในรูปแบบหนึ่งที่ตอบสนองต่อสังคมผู้สูงอายุที่เข้ามาแทนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจะมาพูดถึงธุรกิจที่มีความเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามสังคมของคนสูงอายุกัน

ในส่วนของ ธุรกิจการค้าขายสินค้านั้น ได้มีมาในสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากแล้ว และธุรกิจนี้ก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาจนปัจจุบัน เพราะในช่วงทุกสัปดาห์นั้น ก็ได้มีการจัดส่งสินค้าต่าง ๆ มากมาย ทั้งในส่วนของของสด และของแห้งให้ลูกค้าได้เลือก และได้สั่งผ่านโทรศัพท์ และในโซเซียลต่าง ๆ หลังจากที่ได้สั่งสินค้าแล้วก็จะได้มีการนัดรับสินค้ากันหน้าบ้านของผู้สั่งเลย ในการบริการก็จึงเป็นที่นิยม ในสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบเดินซื้อของและไม่สะดวกกับการไปช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า และยากต่อการไปเดินซื้อของด้วยตนเอง ดังนั้นเราจะมาบอกธุรกิจที่เป็นที่นิมยมอย่างมากในสังคมของวัยกลางคนกัน

  1. ธุรกิจการออกกำลังกายผู้สูงอายุ เพราะสังคมที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ก็ได้แข่งขันในการทำงานเพื่อดูแลตนเอง และครอบครัว ซึ่งคนสูงอายุนั้นส่วนมากก็อยูบ้านตามลำพัง บางคนไม่มีลูกหลานมาล้อมรอบเหมือนก่อน ซึ่งการไปออกกำลังกายให้หายเหงาในสถานที่ออกกำลังกายก็มีเทรนเนอร์ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นยังทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายอีกด้วย ดังนั้นก็ยังทำให้ไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงในรุ่น ๆ เดียวกัน อีกทั้งธุรกิจการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ยังมีบริการรับส่งสมาชิกให้ถึงบ้านอีกด้วย
  2. ธุรกิจซักอบแห้ง ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ตามสังคมผู้สูงอายุอีกเช่นกัน ด้วยค่าบริการการซักอบรีดที่ราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล ดังนั้นร้านซักรีดในปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากของผู้สูงอายุมากทีเดียว
  3. ธุรกิจร้านตัดผมราคาแสนประหยัด เมื่อหลาย ๆ คนเข้าสู่วัยเกษีณอายุกันมากแล้ว ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ต้องประหยัดมากขึ้น ปัจจุบัน จึงมีร้านตัดผมให้คุณตาคุณลุงที่มีราคาประหยัด ไม่แพง เปิดให้บริการมากมาย และการตัดแต่งทรงผมนั้นก็ดูดีไม่แพ้ร้านที่แพง ๆ เลยอีกด้วยจึงทำให้ ร้านตัดผมที่ราคาไม่แพงนั้น ยังทำให้คนเข้าร้านมากกว่าร้านแพง ๆ ดัง ๆ นั่นเอง

นอกจากธุรกิจดังกล่าว ที่ได้กล่าวไปบ้างแล้ว ก็ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่ได้เจริญเติบโตอย่างมากในสังคมผู้สูงวัย อย่างเช่น งานบริการดูแลผู้สูงวัย การท่องเที่ยวในประเทศ อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ฯลฯ ซึ่งหากคิดว่าธุรกิจไหนที่คิดว่าดี และเหมาะสมก็สามารถนำไปทำตามได้เลย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Shirako

Shirako
Shirako

Shirako เป็นอาหารที่ได้มาจากอวัยวะส่วนหนึ่งของปลา ซึ่งสามารถนิยมทานกันมากแค่บางชนิดเท่านั้น

ชิราโกะ เรียกอีกอย่างคือ ถุงเก็บน้ำอสุจิของปลา เป็นของแปลกที่คนญี่ปุ่นนั้นนิยมรับประทานกัน ซึ่งถุงอสุจิของปลาที่นำมาทำอาหารนั่นก็คือ ปลาคอต(ปลาทาระ) ปลาแองเกอรและปลาปักเป้านั่นเอง เพราะรสชาตินั้นก็จะดีกว่าปลาอื่น ๆ มีความสดและมีความนุ่มละมุนลิ้น ใสส่วนของคำว่า ชิราโกะ แปลว่า white children หรือเด็กที่บริสุทธิ์ และเมนูนี้จะนิยมรับประทานกันในฤดูหนาว ในปกติชิราโกะจะประกอบด้วยน้ำ 75-82 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1-5 เปอร์เซ็นต์ และยังมีวิตามินสารอาหารอื่น ๆ คือ โพลีเอมีน โปรตีนฮิสโตน และนิวคลีโอไทด์ สาเหตุที่มีนิวคลีโอไทด์เป็นจำนวนมาก เพราะว่ามันทำมาจากอสุจิ ของปลานั่นเอง

ชิราโกะของปลาปักเป้าที่อร่อยที่สุดนั้นจะอยู่ที่คิวจู ส่วนชิราโกะของปลาทาระหรือคนไทยเรียกว่าปลาคอตนั้น คนญี่ปุ่นก็ได้บอกอีกว่ารสชาติดีมากที่ภูมิภาคฮอกไกโดนั่นเอง ซึ่งชิราโกะนั้นสามารถกินได้ทั้งแบบสด และแบบที่นำไปปรุงสุกแล้ว แล้วยังมีรสสัมผัสที่อร่อยแตกต่างกันออกไปเช่นกัน ส่วนมากจะนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิ เมนูหม้อไฟ เทมปุระ และทำเป็นซุป อาจจะนำมาย่างก็ได้ ก็ยังคงความอร่อยคงตัวเช่นเดิม อาจจะดูไม่ค่อยน่าทานมากนัก แต่ถ้าหากได้ลองชิมสักครั้งเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะต้องติดใจเป็นอย่างมากแน่ ๆ และอาจจะเป็นเมนูสุดโปรดอีกด้วย

รสสัมผัสของเมนูนี้ เมื่อกินสด ๆ ในส่วนของผิวด้านนอกนั้นจะมีความกรุบกรอบ กัดเข้าเนื้อจะได้ความเหนี่ยวนุ่มชุ่มฉ่ำและมีความสดมันเข้มข้น ไส้ข้างในจะนิ่ม คล้ายกับครีมคัสตาร์ด รสชาติละมุนลิ้น จนสามารถละลายในปากได้ และในส่วนของแบบย่างนั้น รสสัมผัสก็จะแตกต่างจากกินสด ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะผิวของข้างนอกนั้นจะแห้งกว่า ไม่ชุ่มฉ่ำ แต่ด้านในก็ยังคงความนุ่มละมุนอยู่บ้าง มีกลิ่นหอมจากการย่าง รสชาติมีความคล้ายคลึงเหมือนได้กินสด แต่จะมีความเข้มข้นกว่า ใครที่ชอบกินครีมน่าจะชอบ

ทริคการกินให้อร่อยนั่นต้องกินในเดือนมกราคม และลองกินชิราโกะคู่กับซอสพอนสึรสเปรี้ยว สาเกญี่ปุ่นดู เพราะถ้าหากได้ลองทานแล้วจะร้อง ว้าวววววว เลยทีเดียว และนี่ก็ยังเป็นที่สุดของความอร่อยอีกด้วย การกินให้อร่อย

หากใครชอบลองของแปลก ๆ เราแนะนะเมนูที่ชื่อว่า “ชิราโกะ” เป็นถุงสเปิร์มปลาที่ว่ากันว่าอร่อยอย่างมาก และเมนูนี้ก็ยังเป็นหนึ่งอาหารชั้นดีที่มีรสชาติทีเด็ด และยังดูแปลกมาก ๆ และยังกินมากในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0