ประวัติศาสตร์กว่า 1,000 ปีของกิออน มัตสึริ
กิออนมัตสึริ เป็นหนึ่งในเทศกาลที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เดิมจัดขึ้นเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าให้ปัดเป่าภัยพิบัติซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในช่วงนั้น เช่น โรคระบาดและภัยธรรมชาติ ทำให้ชุมชนเกียวโตร่วมแรงร่วมใจกันสร้างรถแห่และประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อขอความคุ้มครองจากเทพเจ้า เทศกาลกิออนมัตสึริมีขึ้นตลอดเดือนกรกฎาคม โดยกิจกรรมสำคัญคือ “ยามาบาโกะ” ขบวนแห่รถเทียมโบราณที่ตกแต่งด้วยงานหัตถศิลป์ล้ำค่ามากมาย ทั้งผ้าทอจากเปอร์เซีย โคมไฟโบราณ และงานแกะสลักไม้ที่ใช้ช่างฝีมือระดับสูง รถแห่เหล่านี้ถูกดูแลรักษาอย่างดีราวกับเป็นสมบัติของเมือง ทำให้กิออนมัตสึริไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชนเกียวโตที่สืบทอดต่อกันมานานกว่า 1,000 ปี
บรรยากาศสุดครึกครื้น นักท่องเที่ยวนับแสนร่วมชมขบวนแห่ยิ่งใหญ่
ปีนี้เทศกาลกิออนมัตสึริกลับมาจัดเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์ท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้ถนนสายหลักในเกียวโตเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วโลกที่มาร่วมชมขบวนแห่ยามาบาโกะซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของงาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากแต่งชุดยูกาตะเดินร่วมขบวน สร้างภาพบรรยากาศที่คลาสสิกและคึกคักไปพร้อมกัน ร้านค้าและแผงอาหารเปิดให้บริการเต็มแน่น ทั้งทาโกะยากิ ยากิโซบะ และราเม็งแบบโบราณที่หาได้เฉพาะช่วงงานเท่านั้น เสียงดนตรีพื้นเมืองดังไปทั่วทั้งย่าน ทำให้เกียวโตกลับมาเปี่ยมด้วยพลังเหมือนในยุคก่อนโควิด สื่อท้องถิ่นรายงานว่าจำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งสูงถึงระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ โดยโรงแรมในพื้นที่แทบเต็มทุกห้องตลอดช่วงเทศกาล บรรดาผู้เข้าชมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศของกิออนมัตสึริทำให้รู้สึกเหมือนได้เห็น “ญี่ปุ่นแท้” ในแบบที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ทั่วไป
ชุมชนเกียวโตกับบทบาทเบื้องหลังที่คนไม่ค่อยรู้
เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของกิออนมัตสึริคือแรงร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนเกียวโตหลายร้อยครอบครัวที่ช่วยกันดูแลรถแห่และจัดเตรียมพิธีกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี รถแห่แต่ละคันมี “ทีมผู้ดูแล” ที่สืบทอดหน้าที่กันมาหลายรุ่น ทั้งในด้านการดูแลงานไม้ การเก็บผ้าทอเก่าแก่ และการซ่อมเครื่องลายครามที่ติดอยู่บนรถแห่ บางครอบครัวยังสอนเด็ก ๆ ในบ้านให้ฝึกตีกลองหรือร้องเพลงประจำขบวนเพื่อให้สืบทอดต่อไปในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมกล่าวว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญที่ทำให้กิออนมัตสึริยังคงคึกคักและมีความหมายมากกว่าแค่เทศกาลท่องเที่ยว เพราะมันสะท้อนถึงการรักษาเอกลักษณ์และความเป็นครอบครัวของชาวเกียวโตที่ผูกพันกับเทศกาลนี้มาตั้งแต่เกิดจนแก่
กิออนมัตสึริกับบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ญี่ปุ่นบนเวทีโลก
กิออนมัตสึริไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ด้านวัฒนธรรม แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองเกียวโตด้วย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงเทศกาล ขณะที่บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ชี้ว่างานนี้ช่วยดึงดูดผู้มาเยือนจากทั่วโลกให้รู้จักญี่ปุ่นผ่านมุมมองใหม่ ซึ่งต่างออกไปจากภาพลักษณ์ความทันสมัยของโตเกียว นักวิเคราะห์ท่องเที่ยวยังระบุว่ากิออนมัตสึริคือหนึ่งในเทศกาลที่ทำให้ญี่ปุ่นโดดเด่นเรื่อง “รักษารากเหง้า” ในขณะที่ยังสามารถเปิดรับผู้คนจากต่างแดนได้อย่างงดงาม บทบาทนี้ทำให้เทศกาลกลายเป็นสัญลักษณ์ระดับนานาชาติที่ทั้งส่งเสริมชื่อเสียงประเทศและสร้างรายได้อย่างมหาศาล คาดว่าปีต่อไปจำนวนผู้ร่วมงานอาจสูงกว่าเดิม ทำให้กิออนมัตสึริยังคงเป็นเทศกาลที่ทุกคนจับตามองในทุกปี ( อ่านเพื่มเติม focusmuay )