ชุดกิโมโน
Main

ชุดกิโมโนชุดประจำชาติญี่ปุ่น

ชุดกิโมโนชุดประจำชาติญี่ปุ่น
ชุดกิโมโนชุดประจำชาติญี่ปุ่น

“ชุดกิโมโนชุดประจำชาติญี่ปุ่น” ที่เห็นแล้วต้องว้าว กับประวัติอันยาวนาน

เปิดประวัติอันยาวนานของชุดประจำชาติญี่ปุ่นที่รู้จักดีกันในนาม “ชุดกิโมโน”

          สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ทุกท่าน วันนี้แอดมินจะพาทุกๆท่านไปรู้จักกับ ชุดประจำชาติญี่ปุ่น เผื่อวันนึงสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่เข้ามาอ่านทุก ๆ ท่าน จะมีโอกาสได้ใส่กับ “ชุดกิโมโน” ไม่ว่าจะใส่ที่ไทยหรือไปใส่ที่ญี่ปุ่น จะใส่ที่ไหนก็ควรรู้ความเป็นมากันไว้คร่าว ๆ เผื่อตอนไปใส่จะได้มั่นใจเฟี๊ยตๆไปเลยจ้า ตามแอดมินกันมาเปิดกรุ “ชุดกิโมโน”ได้เลยจ้า!!!

ชุดกิโมโนชุดประจำชาติญี่ปุ่น ที่มีประวัติอันยาวนานมากว่า 1,300 กว่าปี 

           “ชุดกิโมโน” ที่ทุก ๆ คนต่างรู้จักกันดีว่าเป็นชุดประจำชาติญี่ปุ่นนั้น มีประวัติอันยาวนานมากว่า 1,300 ปี ตั้งแต่ (ค.ศ. 710-794) ถือว่ายาวนานมาก ๆ เป็นพันๆ ปีกันเลยทีเดียว ซึ่งจะแบ่งทั้งหมดออกเป็น 5 สมัย นั่นเริ่มจาก สมัยนารา (ค.ศ. 710 – 794),  สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794 – 1192), สมัยคามาคุระ (ค.ศ. 1338 – 1573), สมัยเอโดะ ( ค.ศ. 1600-1868 ), และสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 – 1912)  โดยตั้งแต่สมัยที่ 1 (นารา) ชาวญี่ปุ่นมักจะแต่งชุดท่อนบนกับท่อนล่างเหมือนกันหรือไม่ก็เป็นผ้าชิ้นเดียวกันไปเลย เพื่อเป็นการสะดวกและง่าย ถือว่าเป็นอะไรที่เบสิคสุด ๆ แล้วกับการนำผ้ามาห่อตัวเพื่อปกปิดสรีระภายในของเรา

และเมื่อเข้าสู่สมัยที่ 2 (เอฮัน) จากผ้าผืนเดียวก็เริ่มที่จะนำมาตัดแต่งให้เป็นผืนตรงเข้าพอดีลำตัว เพื่อให้สะดวกต่อการสวมใส่และให้เหมาะกับสภาพอากาศต่าง ๆ ซึ่งผู้ตัดเย็บก็จะคิดหาวิธีที่ทำให้ชุดกิโมโนมีสีสัน มาผสมผสานให้เข้ากันด้วยสีต่างๆให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และชนชั้นทางสังคม ถือว่า สมัยเอฮันเป็นช่วงที่ชุดพัฒนาในเรื่องสีมากที่สุดกันเลยทีเดียว

ต่อมาเข้าสู่สมัยที่ 3 (คามาคุระ) ผู้คนต่างติดค่านิยมมาจากสมัย เอฮัน คือ สีสันต้องมาเป็นที่ 1 ยิ่งนักรบ สีสันต้องฉูดฉาดอลังการงานสร้างกันเลยทีเดียวเพื่อแสดงถึงความเป็นผู้นำ ต่อมาเข้าสู่สมัยที่ 4 (เอโดะ) เป็นช่วงที่พัฒนากิโมโนไปอีกขั้น จนเป็นผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง คือเข้าไปสู่วงการซามูไร มีการลงรายละเอียดกับชุดกิโมโนจากผ้าปกติให้มีการเสริมไหล่มีการตัดเย็บด้วยผ้าลินิน และมีการแบ่งแยกไปตามสำนักต่าง ๆ จนกลายเป็นชุดเครื่องแบบ ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่เนี้ยบมากสำหรับการตัดเย็บชุดกิโมโน

ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยสุดท้าย สมัยที่ 5 (เมจิ) ชาวญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากต่างชาติมากขึ้น ชาวญี่ปุ่นจึงเปลี่ยนจากการใส่ชุดกิโมโนมาใส่ชุดสากลในชีวิตประจำวันอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในปัจจุบันนี้ และจะใส่ชุดกิโมโนเมื่อถึงงานที่เป็นพิธีการสำคัญ ๆ เท่านั้นเช่นงานแต่งงาน เป็นต้น 

       โห ไม่น่าเชื่อเลยว่าประวัติของ “ชุดกิโมโน” จะขลังและมีมนต์เสน่ห์มากว่า 1300 ปี ผลัดเปลี่ยนกันมาถึง 5 ยุค 5 สมัย ต่อจากนี้เพื่อนๆทุกท่านคงจะทราบถึงประวัติ “ชุดกิโมโน” กันเป็นอย่างดีแล้วหากมีโอกาสได้ใส่ชุดกิโมโน ก็คงจะภูมิใจไม่เบากันเลยทีเดียว

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

c r e d i t : billericaybaptist.net

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *