เครื่องดนตรีโกะโตะ

เครื่องดนตรีโกะโตะ
เครื่องดนตรีโกะโตะ

เครื่องดนตรีโกะโตะ เครื่องดนตรีประเทศญี่ปุ่น เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่ได้รับมากจากประเทศจีนในศตวรรษที่ 7-8 และได้นำมาดัดแปลงให้เป็นแบบของญี่ปุ่น เริ่มต้นในสมัยนาราที่ในทั่ว ๆ ไปแล้วนั้นจะมีทั้งหมด 13 สาย และเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็ยังมีลักษณะที่คล้ายคลีงกับเครื่องดนตรีในชาติอื่นๆ เช่นกัน ที่มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป

เครื่องดนตรีชนิดนี้นั้นนิยมมากในหมู่คนที่มีฐานะในประเทศญี่ปุ่นและนับได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงที่โรแมนติกชนิหนึ่งที่เป็นที่นิยมเช่นกัน เครื่องดนตรีชนิดนี้ได้ถูกพูดถึงในเรื่อง ตำนานของเกนจิ ตอนที่เกนจินั้นได้ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขานั้นไม่เคยเหนหน้ามาก่อนเพียแค่ได้ยินเสียงโกะโตะที่หญิงสาวได้เล่นบรรเลงมาจากแดนไกล

เมื่อมาถึงศตวรรษที่ 15 นั้นเครื่องดนตรีชนิดนี้เริ่มมีชื่อเสียงจากการแสดงเดี่ยว ต่อมาในศตวรรษที่ 16 ในศาสนาพุทธ ผ็ที่ได้ชื่อว่า เคนจุน ที่อาศัยถิ่นฐานอยูที่ตอนเหนือขอคิวชูได้มีการเริ่มแต่งเพลงที่ไว้ใช้เล่นกับโกะโตะ ชื่อว่า ซึกุชิ โกโตะ และคนที่มีอิทธิพลที่ทำให้เครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างมากก็คือ ยาซึฮาชิ เคนเกียว เขาเป็นนักดนตรีที่มาจาก เกียวโต และผู้ที่สามารถดัดแปลงปรับปรุงเพลงทั้ง 6 เพลงที่ได้ใช้สำหรับเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้มาปรับปรุงในรูปแบบเก่าให้เกิดเป็นดนตรีในรูปแบบใหม่ได้นั่นก็คือ คุมิ อุตะ ยาซึฮาชิ หรือในนามที่หลาย ๆ คนเรียกเขาว่า บิดาของโกะโตะสมัยใหม่

ในปัจจุบันนี้ ได้มีการสอนการเล่นโกะโตะอย่ามาก และเป็นที่นิยมมาตลอด ในปัจจุบันนี้ ยังได้มีการดัดแปลงดนตรีขึ้นเรื่อย ๆ ให้ทันสมัย กระทั่งได้มีวงดนตรีแนวต่าง ๆ ทั้งในแนวตะวันตก หรือแนว Pop – rock ที่ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง จากนั้น ก็ยังมีโรงเรียนสำหรับเพื่อการสอนมากมายรวมถึงยังมีศิลปินผู้เล่นอยู่ตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อได้เผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ถ้าหากใครสนใจ และอยากที่จะศึกษาถึงเรื่องราวความเป็นมาสามารถอ่านได้ในบทความถัด ๆ ไป เราจะนำเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นในสมัยก่อนมาบอกให้ทุก ๆ คนที่สนใจได้ติดตาม เครื่องดนตรีอื่น ๆ ได้แต่ถ้าหากอยากลองที่จะเล่น หรือทดลองแนะนำให้ลองไปเยือนที่ประเทศญี่ปุ่น เรียนรู้วัฒนธรรมการเล่นในท้องถิ่นได้เลย

เครื่องดนตรีของ ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นศิลปะโบราณที่ได้สะท้อนถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก หลายๆ คนเคยได้ยิน และหลาย ๆ คนพึ่งจะรู้จักดนตรีชนิดนี้แต่ถ้าหากได้เรียนรู้ถึงเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ แล้วเชื่อว่าอยากจะได้ลองและชอบมาก ๆ นั่นเอง

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จากเว็บไซต์ แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น

ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น
ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น

ซามิเซ็งเครื่องดนตรีสายญี่ปุ่น ในเหล่าบรรดาของเครื่องสายในประเทศญี่ปุ่นนั้น ซามิเซ็ง (Shamisen) นั้นถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงที่ไพเราะที่สุด และเครื่องสายชนิดนี้ยังเหมาะสำหรับการแสดงโบราณของประเทศญี่ปุ่นในหลายรูปแบบอีกเช่นกัน เพราะสามารถที่จะดีดออกมาเป็นเสียงในระดับต่าง ๆ ได้

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

จากที่ได้กล่าวไว้ว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้เป้นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะมากที่สุด และก็ยังเป็นเครื่องดนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกด้วย และมีความเชื่อกันว่า ซามิเซ็ง (Shamisen) นั้นมีพื้นฐานมาจากเครื่องตนตรีที่มีมาจากประเทศจีนหรือเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ซังเง็น ที่สมัยก่อนนั้นได้มีการเผยแพร่เข้ามาในประเทศยญี่ปุ่นในอาณาจักรริวกิว ซึ่งในปัจจุบันนั้นเป็นเกาะที่เรียกว่าเกาะโอกินาวานั่นเอง

จากที่ผ่านมาในสมัยของศตวรรษที่ 16 นั้นต่อ ๆ มา ได้รับความนิยมและได้รับการพัฒนาเครื่องดนตรีมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันกระทั่งกลายมาเป็นเครื่องดนตรีที่มีความนิยมและโดดเด่นมากที่สุดในช่วงยุคกลางของญี่ปุ่นมาจนถึงในปุจจุบันนี้ โครงสร้างพื้นฐานของเครื่องดนตรีนั้นจะมีทั้ง ชาโอะ ที่เป็นส่วนของการขึงสายดนตรีที่ทำขึ้นมาจากไม้จันทร์แดง หรือไม้ประเภทไม้ประดู่ของทางบ้านเรานั่นเอง ในส่วนของปลายของชาโอะนั้นก็จะมีลูกบิดสำหรับการปรับขึ้นสายสำหรับเสียงการดีดต่าง ๆ ที่เรียกกันว่า โด ทำมาจากไม้เนื้อแข็งที่มีส่วนประกอบเป้นรูปสี่เหลี่ยมที่นำมาขึงด้วยหนังของสัตว์(สุขับและแมว) เครื่องดนตรี ซามิเซ็ง (Shamisen) ของเกาะโอกินาวานั้นเรียกว่าซันชิน นั้นจะขึงด้วยหนังสัตว์เช่นกัน แต่หนังสัตว์ที่ขึงนั้นคือหนังงูนั่นเอง ส่วนการเล่นซามิเซ็งนั้นจะต้องใช้แผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมยาว ๆ ในการดีดเรียกว่า บาฉิ นั่นเอง

เสียงจากการดีดเครื่องดนตรีนั้นจะมีเสียงที่ไพเราะมาก ถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่ค่อยเห็นมีการเล่นซามิเซ็งเพราะกลายเป็นเครื่องดนตรีที่ล้าสมัยไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ที่เล่นเพื่อคงอนุรักษณ์วัฒนธรรมเอาไว้อีกเช่นกัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

credit : แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ชิโรอิโคอิบิโตะ

ชิโรอิโคอิบิโตะ
ชิโรอิโคอิบิโตะ

ชิโรอิโคอิบิโตะ ของฝากที่ขึ้นชื่อในเมืองฮฮกไกโด เป็นขนมคุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลต เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นของฝากอันนี้กันบ่อย บางคนอาจจะได้กินบ่อยเพราะว่าถ้าเพื่อน หรือใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา ก็ต้องหิ้วขนมนี้มาฝากแน่ ๆ เพราะสามารถที่จะหาซื้อได้ง่าย ๆ ตามร้าน Duty Free ทั่วไปในสนามบินที่ประเทศญี่ปุ่น โดยก็จะมีให้เลือกอยู่ 2 รสชาติ คือ แบล็คช็อกโกแลต และไวท์ช็อกโกแลต และยังสามารถเลือกซื้อได้หลายขนาดเช่นกัน

Shiroi Koibito มีต้นกำเนิดมาจากเมืองฮอกไกโด เมื่อใครได้เยือนและเที่ยวที่ฮอกไกโด ก็ต้องแวะเที่ยวชมความสวยงามและได้ซื้อ Shiroi Koibito กันแน่ ๆ เพราะว่าขนมนี้เป็นของฝากที่ขึ้นชื่ออย่างมากวางขายกันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สถานีรถไฟแต่ส่วนมากก็มักจะซื้อสนามบินเพราะง่ายต่อการเอาขึ้นเครื่องได้เลย ราคาก็จะอยู่ที่ 576-3805 เยน ตามไซต์ขนาดของกล่อง จุดเด่นอย่างหนึ่งของขนมคือยังคงความอร่อยมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ ค.ศ.1976

Shiroi Koibito (白い恋人) แปลว่า คนรักสีขาว โดยขนมภายในกล่องแต่ละชิ้นนั้นจะมาเป็นแพ็ค ๆ อยู่ในห่อพลาสติก หากซื้อมาแบ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถที่จะหยิบส่งให้เพื่อน ๆ หรือแบ่งกันกินกันไม่เปอะเลอะเทอะอีกด้วย ซื้อมาแบ่งเพื่อน ๆ ได้สบาย เยกได้ว่าเป็นของฝากที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวเลย

มาดูในส่วนของคุกกี้ ด้านนอกนั้นเป็น Langue de chat เป็นขนมอบกรอบของประเทศฝรั่งเศส ที่ผ่านกระบวนการอบมาอย่างพิถีพิถัน เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะกรอบหน่อย ๆ มีเนื้อที่ละเอียดและยังได้กลิ่นหอมของงวนิลาที่พอดีลงตัวมาก ๆ ส่วนของไส้หรือไวท์ช็อกโกแลตนั้นก็เป็นสูตรพิเศษของที่ฮอกไกโด ที่มีรสชาติที่หวานพอดีเลย เมื่อได้กินเข้าไปแล้วต้องบอกว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้เลยทีเดียวเชียว ได้ทั้งกลิ้นหอมกรุบกรอบบาง ๆ ของคุกกี้ที่ผสมผสานที่ลงตัวก็ไส้ไวท์ช็อกโกแลตข้างในที่มีรสหวานหอมกำลังดี ถือว่าถ้าได้กินแล้วหลาย ๆ คนคงจะต้องชอบอย่างแน่นอนเลย

นอกจากนี้ถ้าหากว่าใครได้ไปเยือนซัปโปโรในฮอกไกโดแล้วก็อย่าพลาดที่จะไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตขนม และยังสามารถที่จะลองทำขนมเองได้ด้วยตนเองที่ Shiroi Koibito Park หากเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานต้องซื้อตั๋วบริเวนทางเข้าก่อนโดยราคาจะมีดังนี้

  • นักเรียนมัธยมปลายเป็นต้นไป 600 เยน
  • เด็กเล็กถึงนักเรียนมัธยมต้น 200 เยน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าฟรี

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น
ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น

ธุรกิจของสังคมสูงอายุในญี่ปุ่น มีหลาย ๆ คนที่ได้เข้าไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น จนได้อาศัยในญี่ปุ่นมานานจนได้เข้าสู่วัยกลางคน จนได้มีการสังเกตเห็นในเรื่องของ ธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่หายไป อาทิเช่น ร้านล้างรูป แต่ก็ยังมี ธุรกิจในรูปแบบหนึ่งที่ตอบสนองต่อสังคมผู้สูงอายุที่เข้ามาแทนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจะมาพูดถึงธุรกิจที่มีความเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามสังคมของคนสูงอายุกัน

ในส่วนของ ธุรกิจการค้าขายสินค้านั้น ได้มีมาในสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากแล้ว และธุรกิจนี้ก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาจนปัจจุบัน เพราะในช่วงทุกสัปดาห์นั้น ก็ได้มีการจัดส่งสินค้าต่าง ๆ มากมาย ทั้งในส่วนของของสด และของแห้งให้ลูกค้าได้เลือก และได้สั่งผ่านโทรศัพท์ และในโซเซียลต่าง ๆ หลังจากที่ได้สั่งสินค้าแล้วก็จะได้มีการนัดรับสินค้ากันหน้าบ้านของผู้สั่งเลย ในการบริการก็จึงเป็นที่นิยม ในสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบเดินซื้อของและไม่สะดวกกับการไปช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า และยากต่อการไปเดินซื้อของด้วยตนเอง ดังนั้นเราจะมาบอกธุรกิจที่เป็นที่นิมยมอย่างมากในสังคมของวัยกลางคนกัน

  1. ธุรกิจการออกกำลังกายผู้สูงอายุ เพราะสังคมที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ก็ได้แข่งขันในการทำงานเพื่อดูแลตนเอง และครอบครัว ซึ่งคนสูงอายุนั้นส่วนมากก็อยูบ้านตามลำพัง บางคนไม่มีลูกหลานมาล้อมรอบเหมือนก่อน ซึ่งการไปออกกำลังกายให้หายเหงาในสถานที่ออกกำลังกายก็มีเทรนเนอร์ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นยังทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายอีกด้วย ดังนั้นก็ยังทำให้ไปพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงในรุ่น ๆ เดียวกัน อีกทั้งธุรกิจการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ยังมีบริการรับส่งสมาชิกให้ถึงบ้านอีกด้วย
  2. ธุรกิจซักอบแห้ง ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ตามสังคมผู้สูงอายุอีกเช่นกัน ด้วยค่าบริการการซักอบรีดที่ราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล ดังนั้นร้านซักรีดในปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากของผู้สูงอายุมากทีเดียว
  3. ธุรกิจร้านตัดผมราคาแสนประหยัด เมื่อหลาย ๆ คนเข้าสู่วัยเกษีณอายุกันมากแล้ว ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ต้องประหยัดมากขึ้น ปัจจุบัน จึงมีร้านตัดผมให้คุณตาคุณลุงที่มีราคาประหยัด ไม่แพง เปิดให้บริการมากมาย และการตัดแต่งทรงผมนั้นก็ดูดีไม่แพ้ร้านที่แพง ๆ เลยอีกด้วยจึงทำให้ ร้านตัดผมที่ราคาไม่แพงนั้น ยังทำให้คนเข้าร้านมากกว่าร้านแพง ๆ ดัง ๆ นั่นเอง

นอกจากธุรกิจดังกล่าว ที่ได้กล่าวไปบ้างแล้ว ก็ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่ได้เจริญเติบโตอย่างมากในสังคมผู้สูงวัย อย่างเช่น งานบริการดูแลผู้สูงวัย การท่องเที่ยวในประเทศ อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ฯลฯ ซึ่งหากคิดว่าธุรกิจไหนที่คิดว่าดี และเหมาะสมก็สามารถนำไปทำตามได้เลย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอลออนไลน์

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Shirako

Shirako
Shirako

Shirako เป็นอาหารที่ได้มาจากอวัยวะส่วนหนึ่งของปลา ซึ่งสามารถนิยมทานกันมากแค่บางชนิดเท่านั้น

ชิราโกะ เรียกอีกอย่างคือ ถุงเก็บน้ำอสุจิของปลา เป็นของแปลกที่คนญี่ปุ่นนั้นนิยมรับประทานกัน ซึ่งถุงอสุจิของปลาที่นำมาทำอาหารนั่นก็คือ ปลาคอต(ปลาทาระ) ปลาแองเกอรและปลาปักเป้านั่นเอง เพราะรสชาตินั้นก็จะดีกว่าปลาอื่น ๆ มีความสดและมีความนุ่มละมุนลิ้น ใสส่วนของคำว่า ชิราโกะ แปลว่า white children หรือเด็กที่บริสุทธิ์ และเมนูนี้จะนิยมรับประทานกันในฤดูหนาว ในปกติชิราโกะจะประกอบด้วยน้ำ 75-82 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1-5 เปอร์เซ็นต์ และยังมีวิตามินสารอาหารอื่น ๆ คือ โพลีเอมีน โปรตีนฮิสโตน และนิวคลีโอไทด์ สาเหตุที่มีนิวคลีโอไทด์เป็นจำนวนมาก เพราะว่ามันทำมาจากอสุจิ ของปลานั่นเอง

ชิราโกะของปลาปักเป้าที่อร่อยที่สุดนั้นจะอยู่ที่คิวจู ส่วนชิราโกะของปลาทาระหรือคนไทยเรียกว่าปลาคอตนั้น คนญี่ปุ่นก็ได้บอกอีกว่ารสชาติดีมากที่ภูมิภาคฮอกไกโดนั่นเอง ซึ่งชิราโกะนั้นสามารถกินได้ทั้งแบบสด และแบบที่นำไปปรุงสุกแล้ว แล้วยังมีรสสัมผัสที่อร่อยแตกต่างกันออกไปเช่นกัน ส่วนมากจะนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิ เมนูหม้อไฟ เทมปุระ และทำเป็นซุป อาจจะนำมาย่างก็ได้ ก็ยังคงความอร่อยคงตัวเช่นเดิม อาจจะดูไม่ค่อยน่าทานมากนัก แต่ถ้าหากได้ลองชิมสักครั้งเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะต้องติดใจเป็นอย่างมากแน่ ๆ และอาจจะเป็นเมนูสุดโปรดอีกด้วย

รสสัมผัสของเมนูนี้ เมื่อกินสด ๆ ในส่วนของผิวด้านนอกนั้นจะมีความกรุบกรอบ กัดเข้าเนื้อจะได้ความเหนี่ยวนุ่มชุ่มฉ่ำและมีความสดมันเข้มข้น ไส้ข้างในจะนิ่ม คล้ายกับครีมคัสตาร์ด รสชาติละมุนลิ้น จนสามารถละลายในปากได้ และในส่วนของแบบย่างนั้น รสสัมผัสก็จะแตกต่างจากกินสด ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะผิวของข้างนอกนั้นจะแห้งกว่า ไม่ชุ่มฉ่ำ แต่ด้านในก็ยังคงความนุ่มละมุนอยู่บ้าง มีกลิ่นหอมจากการย่าง รสชาติมีความคล้ายคลึงเหมือนได้กินสด แต่จะมีความเข้มข้นกว่า ใครที่ชอบกินครีมน่าจะชอบ

ทริคการกินให้อร่อยนั่นต้องกินในเดือนมกราคม และลองกินชิราโกะคู่กับซอสพอนสึรสเปรี้ยว สาเกญี่ปุ่นดู เพราะถ้าหากได้ลองทานแล้วจะร้อง ว้าวววววว เลยทีเดียว และนี่ก็ยังเป็นที่สุดของความอร่อยอีกด้วย การกินให้อร่อย

หากใครชอบลองของแปลก ๆ เราแนะนะเมนูที่ชื่อว่า “ชิราโกะ” เป็นถุงสเปิร์มปลาที่ว่ากันว่าอร่อยอย่างมาก และเมนูนี้ก็ยังเป็นหนึ่งอาหารชั้นดีที่มีรสชาติทีเด็ด และยังดูแปลกมาก ๆ และยังกินมากในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ปลาหมึกร้าญี่ปุ่น

ปลาหมึกร้าญี่ปุ่น
ปลาหมึกร้าญี่ปุ่น

ปลาหมึกร้าญี่ปุ่น หรือ Shiokara (ชิโอคาระ) เป็นอาหารของในประเทศญี่ปุ่น ที่ทำมาจากสัตว์ทะเลต่าง ๆ ที่นำมาจัดสรรและหั่นออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอทาน ซึ่งหลาย ๆ คนมองว่าเป็นอาหารที่แปลกและดูพิสดาร ในวันนี้เราจึงจะมาทำความรู้จักกับอาหารพิสดารนี้กัน

Shiokara เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ทำจากสัตว์ทะเล และที่ได้พบเห็นในส่วนใหญ่ก็คือ “ปลาหมึก” นั่นเอง โดยจะอาปลาหมึกนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วจากนั้นก็นำไปหมักเกลือในขั้นตอนการหมักหมึกร้านั้นจะมีส่วนผสมของข้าสสาลี 30 เปอร์เซ็นต์ และเกลือราว ๆ  10 เปอร์เซ็นต์ นำไปใส่ในกล่องหรือภาชนะที่ปิดได้สนิทหมักทิ้งไว้ราว ๆ 1 เดือน สำหรับรสชาตินั้นจะออกเค็ม ๆ นัว ๆ รสสัมผัสของมันอาจจะถูกใจสำหรับคนที่ชอบกินของหมักดองและอีกหลาย ๆ คน Shiokara มักนำมาทานกับแกล้มเหล้าสาเก สามารถหาทานได้ในบาร์ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในบางร้านบาร์นั้นจะให้ความสำคัญอย่างมาก จนเชี่ยวชาญและพิถีพิถันในขั้นตอนการทำ Shiokara

เมนูนี้สามารถทำได้ง่าย ๆ แค่ซื้อปลาหมึก surume จาก supermarket ที่เป็นเกรดสำหรับทำ sashimi แค่นำมาหั่น ๆ จากนั้นใส่ตับเกลือหรือเหล้ามิรินนั่นเอง กวน ๆ พอเข้ากันก็กินได้เลย รสชาติมันจะออกนัว ๆ หากถ้าจำทำแต่ถ้าไม่มีหมึกสายพันธ์ surume เราสามารถปรับสูตรการทำได้ ซี่งหมึกที่สามารถนำมาทำนั้นต้องเป็น เนื้อปลาหมึก เช่น ปลาหมึกกล้วย เกรดกินดิบได้ ที่สามารถทำซาชิมิเท่านั้น ตับปลาหมึก เช่น ตับปลาหมึกสาย เกรดกินดิบสำหรับทำซาชิมิเท่านั้น

ส่วนประกอบ

  1. ปลาหมึกญี่ปุ่น surume หรือปลาหมึกกล้วยสำหรับทานดิบได้
  2. ตับปลาหมึก surume หรือ ตับปลาหมึกสาย เกรดกินดิบได้
  3. เหล้าญี่ปุ่น
  4. มิริน (mirin)
  5. เกลือ

ขั้นตอนการทำ

  1. นำปลาหมึกมาแกะหัวออก แยกออกจากตัว สำหรับในประเทศไทยจะใช้ปลาหมึกกล้วยส่วนตับหมึกนั้นจะใช้ตับที่เป็นของปลาหมึกสาย ปลาหมึก surume ต้องแยกตับออกมาด้วย
  2. สำหรับขั้นตอนการทำตัวปลาหมึกนั้น ให้ลอกหลังปลาหมึกออกและนำไปทิ้ง จากนั้นเอาแกนข้างในตัวปลาหมึกที่เป้นใส ๆ ออกด้วย ต่อมาผ่าหมึกเป็นแนวยาว ๆ หั่นเสร็จแล้วนำไปล้างน้ำแล้วซับให้แห้ง เทคนิคจะให้อร่อยกว่าเดิมถ้าปล่อยให้แห้งในตู้เย็นประมาณครึ่งวันจะยิ่งอร่อยมากกว่าเดิม
  3. จัดการโดยการแยกตับหมึกออกจากหมึกดำของปลาหมึก โดยการนำตับมาเจาะและรีดของเหลวในตับออกมาใส่ถ้วยหรือกระปุกแก้วโดยต้องฆ่าเชื้อจากการต้มแล้ว จากนั้นนำเครื่องปรุงใส่ลงไป
  4. ผสมปลาหมึกและตับปลาหมึกลงไปคนให้เข้ากัน ปิดฝาให้มิดชิดใส่ตู้เย็น ต้องทานให้หมดภายใน 5 วัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

นัตโตะ

นัตโตะ
นัตโตะ

นัตโตะ (NATTO) หรือเราเรียกกันว่า ถั่วเน่าญี่ปุ่น ซึ่งก็คือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วเหลืองผ่านการหมักดองด้วยเชื้อของแบคทีเรียที่เรียกว่า Bacillus natto อีกชื่อคือ Nattokin รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับถั่วเน่าของไทยเรานั่นเอง

Natto เป็นอาหารของพื้นเมืองในประเทศญี่ปุ่นที่ทำมาจากถั่วเหลืองที่ใช้การหมัก นิยมนำมากินเป็นอาหารเช้า อุดมไปด้วยโปรตีนเป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญมายาวนานในญี่ปุ่น คุณค่าทางโภชนาการกระทั่งกินแทนเนื้อสัตว์ได้ ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะนิยมกินในแถบภาคตะวันออก เช่น คันโต โทโอะกุและฮอกไกโด

เมนู natto นี้เป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยากเลย และยังสามารถที่จะเก็บไว้ทานได้ทุก ๆ วันพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ อีกด้วย หากจะทานเล่น ๆ ก็ได้เช่นกัน เมนูนี้ยังมีประโยชน์จากเอนม์ Nattokinase และ probiotic bacteria ที่จะช่วยในเรื่องของการสลายลิ่มของเลือด ลดความดันสูง ช่วยในเรื่องระบบลำไส้ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ผลลัพธ์ที่ได้จากขั้นตอนหรือกระบวนการหมักนั้น ก็คือ nattokinase นั้นเป็นเอนไซม์ที่สามารถช่วยสลายลิ่มเลือด ลดภาวะหลอดเลือดอุดตันได้ดีมากขึ้น

ส่วนผสมการทำ natto

  • วัตถุดิบหลักการทำนัตโตะ มี 2 อย่าง คือ ถั่วเหลืองดิบ กับnatto(หัวเชื้อสำหรับการบ่ม)

ขั้นตอนการทำ natto

ให้นำถั่วเหลืองไปแช่น้ำไว้คืนนึงจากนั้นนำเปลือกออก และนำไปนึ่งต่อด้วยใส่เชื้อ Bacillus sp. ด้วยการหมักที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส(ในการใส่เชื้อในอุณหภูมิเท่านี้จะช่วยลดการปนเปื้อนในจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ) โดยใช้เวลาประมาน 20 ชั่วโมง จากนั้นนำไปทำให้เย็นจนเป็นอุณหภูมิที่ปกติ ในขั้นตอนสุดท้ายนั้นให้นำไปใส่ภาชนะจากนั้นก็นำไปบ่มเป็นอันเสร็จ

การรับประทาน natto

ในการรับประทานนั้นจะแตกต่างกันไป ส่วนมากนั้นจะรับประทานร่วมกับโชยุหรือซีอิ๊วญี่ปุ่น หัวไชเท้าฝอย ต้นหอมซอย และไข่ดิบ บางครั้งอาจจะนำไปประกอบอาหารก็ได้ อาทิเช่น ราเม็งnatto ข้าวผัดnatto แซนวิชnatto และเมนูอื่น ๆ ที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้

เคล็ดลับสำหรับวิธีการรับประทาน natto ให้อร่อยนั้นก็คือการใส่ไข่ดิบลงไป และใช้ตะเกียบคนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 100 ครั้ง จากนั้นก็ตั้งไว้สักแป๊บนึงเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณของ nattokinase

ประโยชน์ของ natto

เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน  วิตามินบี12 โปรไบโอติกส์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดคอลเลสเตอรอลในเลือด ช่วยในการป้องกันโรคหัวใจ ลดการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก ดังนั้นเรียกได้ว่ามีสารป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น isoflavone genistein phytoestrogen daidzein และธาตุอาหารนั่นเอง

เป็นยาที่ป้องกันโรคบิดในกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นอาหารที่เลี้ยงสัตว์อีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น

เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น
เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น

เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ค่อยมีประเทศใดเหมือน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบเป็นอย่างมาก เราจึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นที่หลาย ๆ คนไม่เคยรู้มาก่อน ได้อ่านกันเลย….

  1. ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นเกาะ และพื้นที่ 70 % ของประเทศเป็นภูเขาและมีภูเขาไฟถึง 2 ลูกอีกด้วย
  2. ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อหลายชนิด และยังมีราคาที่สูงมาก ๆ แต่มีผลไม้อย่างหนึ่งคือ M u s k M e l o n ที่แพงมาก ๆๆๆๆ ถึงจะมีตำหนิแล้วแต่ก็ยังมีราคาถึง $300 ต่อลูก หรือประมาณ 9,000 บาท นั่นเอง
  3. ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ประชากรชื่นชอบการดื่มกาแฟมาก และกาแฟนั้นจะผลิตมาจากประเทศจาไมก้า 85 % และถูกส่งมายังญี่ปุ่น
  4. การกินบะหมี่เสียงดังนั้น ในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ถือว่าเป้นการเสียมารยาท แต่กลับกันเป็นการให้เกียรติเซฟ และเป็นการชื่นชมอาหารว่านี่มันอร่อยมาก ๆ
  5. K F C นั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลือกในเทศกาลฉลองวันคริสต์มาสในญี่ปุ่นเท่านั้น และชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นยังซื้อ K F C แทนไก่ 1 ตัวอีกด้วย เพราะไก่ทั้งตัวนั้นหายาก
  6. ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีร้านที่ขายเฉพาะอาหารประป๋องด้วย และที่แน่ ๆ ว่าเมนูอาหารในร้านก็มีแต่อาหารกระป่องเท่านั้น
  7. สำหรับวัยรุ่นในญี่ปุ่นนั้น แฟชั่นการทำฟันเกนั้นถือว่าปกติ และเป็นที่นิยมกันอย่างมาก
  8. คำว่า Karaoke ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความหมายว่า e m p t y o r c h e s t r a หรือวงดนตรีเปล่าที่มีแต่เสียงดนตรี
  9. โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่นไม่มีภารโรงทำความสะอาด เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของเด็กนักเรียนและอาจารย์ต้องทำร่วมกัน
  10. ชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ทำงานหนัก และทำงานนานราว 19 ชั่วโมงต่อวันโดยที่เจ้านายหรือเพื่อนรับรู้ การนอนงีบไม่เป็นเรื่องที่เสียหาย
  11. ในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทที่ก่อตั้งยาวนานที่สุดในโลกคือ Kong Gumi Co., Ltd. เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 578
  12. กฎหมายที่แรงงานในประเทศญี่ปุ่นนั้นคุ้มครองสวัสดิการพนักงานดีมาก โดยเฉพาะการถูกไล่ออก บริษัทจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้มากพอสมควร ดังนั้นทางบริษัทจึงไม่ค่อยไล่ออกแต่จะเปลี่ยนงานที่ดูน่าเบื่อสุด ๆ จนทำให้พนักงานทนไม่ได้จนต้องยอมลาออกไปเอง
  13. หากคุณนั้นไม่อยากกลับไปนอนบ้าน แต่มีเงินติดตัวอยู่นั้น คุณสามารถที่จะนอนโรงแรมแคปซูล ที่มีรูปร่างเป็นกล่องแคป ๆ ที่นอนค้างคืนได้
  14. ศิลปะของการแล่ปลาปักเป้านั้นเป็นเรื่องที่ซีเรียสและจริงจังมาก ๆ สำหรับเซฟ เพราะต้องเรียนถึง 11 ปีและต้องผ่านการทดสอบด้วยการกินเนื้อปลาที่ตนเองแล่นั่นเอง
  15. ความสามารถในการอ่านและการเขียนของประชากรประเทศญี่ปุ่นนั้น คิดเป็น 100 %

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

อาหารเมืองฮอกไกโด

อาหารเมืองฮอกไกโด
อาหารเมืองฮอกไกโด

อาหารเมืองฮอกไกโด อาหารที่ขึ้นชื่อของเมือง H o k k a i d o วันนี้เว็บไซต็ของเราจะพาไปรู้จักอาหารที่ขึ้นชื่อและอร่อยมาก ๆ ของที่นี่กัน ซึ่งในเรื่องของอาหารการกินนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เป็นปัญหาสำหรับนักเดินทางไปท่องเที่ยวเช่นกัน เพราะการท่องเที่ยวนั้นร่างกายต้องการอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อการเดินทาง เวลาเที่ยวเหนื่อย ๆ เราก็ต้องการกินอาหารที่อร่อยเพื่อใช้กำลังกายและกำลังใจในการเที่ยวต่อ ดังนั้นหลาย ๆ คนอาจจะมีคำถามกับตัวเองว่าเมื่อไปเที่ยวที่ฮอกไกโดแล้ว จะกินร้านอาหารไหนกันดี วันนี้ทางเว็บไซต์ของเราจะมาแนะนำ ร้านอาหารของเมืองฮอกไกโด มาฝากทุก ๆ คน

ซัปโปโร ราเม็ง (S a p p o r o R a m e n)

ในช่วงฤดูหนาว อาหารที่จะช่วยคลายความหนาวได้ก็คือ ราเม็ง ตามเมืองใหญ่ ๆ ในเมืองฮอกไกโด เช่นเมืองอะซะฮิคะวะ คุชิโระ หรือ ฮาโกะดาเตะ ล้วนจะมีราเม็งสูตรพิเศษในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งทีเด็ดของที่นี่ก็คือ มิโซะราเม็ง นอกจากอาหารจานนี้จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คน แต่ก็ยังได้รับความนิยมของคนในท้องถิ่นเช่นกัน ด้วยมิโซะราเม็งจะมีน้ำซุปที่ใสจากการนำไปเคี่ยวด้วยกระดูกหมูพร้อมวัตถุดิบอื่น ๆ จากนั้นนำมาปรุงรสชาติด้วยมิโซะ ตามด้วยบะหมี่นั่นเอง ส่วนท้อปปิ้งนั้นจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ร้านนั้น ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะใสผักที่นำไปผัด ใส่ข้าวโพด เนื้อสัตว์ทีนำไปผัดด้วยมิโซะ และเนย ซึ่งน้ำซุปนั้นจะมีรสชาติที่เข้มข้นช่วยให้ร่างกายที่หนาวเย็นรู้สึกอบอุ่นได้

ไคเซนด้ง (K a i s e n – d o n)

เป็นเมนูที่ได้นำวัตถุดิบที่แสนอร่อยของเมืองออกไกโดมาทำเป็นเมนูที่มีชื่อว่า ไคเซนด้ง ที่ได้เอาอาหารทะเลสด ๆ มาโปะลงบนข้าวสวยร้อน ๆ จนล้นชามหรือคนญี่ปุ่นเรียกมันว่า ดมบุริ ทั้งไข่ปลาแซลมอนหมักโซยุ ไข่หอยเม่นสด ๆ หอยเซลสด ๆ เนื้อปู เนื้อแซลมอน ปลาทูน่า รวมทั้งปลาหมึก ดังนั้นยังสามารถที่จะเลือกสรรวัตถุดิบได้เองตามใจชอบได้ด้วย ซึ่งบ้างร้านก็เต็มด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย ถ้าหากต้องการหาทานไคเซนด้ง สามารถหาทานได้ตามร้านอาหารหรือร้านซูซิในเมืองได้ทั่วไป

เนื้อย่างเจงกิสข่าน

นับว่า เนื้อย่างเจงกิสข่าน เป็นอาหารแห่งจิตวิญญาณของคนฮอกไกโด ซึ่งเป็นการนำเอาเนื้อแกะมาย่างในหม้อที่มีลักษณะเฉพาะให้ได้กลิ่นที่หอมน่ารับประทาน แต่เนื้อแกะนั้นจะมี 2 แบบคือ แบบแลมป์ มีเนื้อนุ่มไม่มีกลิ่นสาบและแบบมัตตัน จะเป็นเนื้อแกะที่อายุ 2 ปีขึ้นไป ดังนั้นปัจจุบันนี้ก็ยังมีร้านที่เสิร์ฟแตกต่างกันออกไปอย่างเช่น เนื้อกวางเอโซซิกะนั่นเอง

การทานนั้น จะต้องเรียงผัก เช่น หอมใหญ่ ต้นหอมญี่ปุ่น และถังงอกวางไปรอบ ๆ หม้อ จนความร้อนทั่วถึงหม้อจากนั้นนำเนื้อแกะมาใส่ตรงกลาง เมื่อสุกกำลังดีจึงนำมาจิ้มทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ

ปู (C r a b)

เหล่าอาหารทะเลของเมืองฮอกไกโดที่หลากหลายนั้น มีสิ่งที่นิยมมาก ๆ ในหมู่นักเดินทางก็คือ ปู ซึ่งจะทานแบบสด ๆ ที่เป็นซาชิมิ ก็อร่อย หรือจะนำไปย่างก็ได้ และถ้านำไปต้มเป็นหม้อไฟก็อร่อยไม่แพ้กันเลย ถือว่าดีงามมาก ๆ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ที่มา : UFABET

มิโซะราเมน

มิโซะราเมน
มิโซะราเมน

มิโซะราเมน ในวันนี้ทางเว็บไซต์ของเราจะมานำเสนอสูตรมิโซะราเมนแบบที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แถมทำง่ายอีกด้วยนะ ทำเป็นอาหารเช้าซดน้ำซุปอุ่น ๆ ในช่วงฤดูหนาวได้เลย

แต่ก่อนการทำก็ต้องเตรียมน้ำซุปไก่ได้ก่อน จะเป็นแบบสำเร็จรูปหรือทำเองก็ได้ อาจจะนำโครงไก่ใส่หัวไชเท้าตั้งไฟอุ่นแค่ครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แต่เคล็ดลับน้ำซุปที่อร่อยนั้นควรใส่ไก่ที่มีหนังลงไปด้วย เพราะจะทำให้น้ำซุปนั้นมีความมัน อร่อย บางคนอาจนำคนอร์หรือซุปกระป๋องก็ได้เช่นกัน

ในส่วนของเครื่องที่ต้องใส่นั้นไม่ยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพราะซื้อตามห้างสรรพสินค้าหรือตามร้านค้าก็ได้นั่นเอง เรามาเริ่มดูสูตรการทำมิโซะแบบใคร ๆ ก็สามารถทำได้กันเลย

ส่วนผสม ( 2 คน)

พลังงานจะอยู่ที่ประมาณ 630 kcal. ปริมาณใยอาหาร 7.1 กรัม เวลาที่ใช้ทำ 20 นาที

  • ซุปไก่ 600 มล.
  • กระเทียมจีน 1 กลีบ
  • ขิง 1 แว่น  6 กรัม
  • โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
  • มิโซะแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • นํ้ามันงา 1 ช้อนชา
  • นํ้ามันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • งาขาวบด
  • เกลือ พริกไทย
  • หน่อไม้ดองใส่ราเมน 30 กรัม
  • หมูชาชู 4 ชิ้น หรือจะใช้หมูหมักเกลือก็ได้
  • ไข่ต้มราเมน
  • เส้นราเมนสำหรับ 2 คน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขั้นตอนการทำ

1. ตั้งกระทะให้ร้อน นำกระเทียมกับขิงไปผัดกับน้ำมันพืชจนมีกลิ่นหอม เมื่อผัดเสร็จผัดแล้วให้นำกระเทียมกับขิงไปพักไว้

2. ตั้งนํ้าซุปให้เดือด จากนั้นนำกระเทียมกับขิงที่ได้ผัดไว้จนหอม ใส่ลงไปในหม้อซุป และปรุงรสชาติด้วยโชยุ มิริน เกลือ พริกไทย นํ้ามันงา งาขาวบด เมื่อปรุงได้รสชาติที่ต้องการแล้วลดไฟและเติมมิโซะ เวลาที่เติมมิโซะนั้นให้ใช้กระชอนเล็กหรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย จากนั้นจึงเติมมิโซะและคนไม่ให้มิโซะเป็นก้อน จากนั้นเทลงใส่เข้าไปในหม้ออีกครั้ง น้ำไม่ควรเดือนเพราะอาจจะทำให้มิโซะนั้นเสียรสชาติได้

3. เมื่อทำน้ำซุปมิโซะเสร็จแล้ว จากนั้นจึงนำดส้นไปลวกให้สุก แล้วจึงตักใส่ถ้วย

 4. วางเครื่องหรือท็อปปิ้งที่เตรียมไว้ลงไปในถ้วย

เสร็จแล้วสำหรับ สูตรเมนูการทำมิโซะราเมน ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แถมทำได้ง่ายมาก ๆ วัตถุดิบก็หาได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้า เมื่อได้ทราบสูตรกันแล้วลองทำกันดู เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะติดใจและกลับมาทำหลาย ๆ ครั้งแน่นอน หากใครได้ทำแล้วอย่าลืมมารีวิวกันด้วยนะ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอขอบคุณบทความจาก UFABET