พระราชวังอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล
พระราชวังอิมพีเรียล

พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)เป็นสถานที่ที่อยู่ในใจกลางของมหานครที่ทันสมัยโตเกียวก็มีโบราณสถานที่มีคุณค่า และมีความสำคัญสำหรับคนญี่ปุ่นตั้งอยู่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟโตเกียวอีกด้วย หากได้พูดถึงพระราชวัง โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะเข้ามาท่องเที่ยวในสถานที่นี้กันเลยทีเดียวเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

สถานที่ พระราชวังอิมพีเรียล

ยังเป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียล แต่เดิมที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ ซึ่งเป็นที่พำนักของ “โชกุนโตกุกาวะ” Tokugawa Shogunate มาก่อน และหลังจากระบบโชกุนได้ล่มสลาย ราชวงศ์อิมพีเรียลก็ได้ย้ายที่ประทับจากเมืองเกียวโตมายังโตเกียว และได้สร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้จนแล้วเสร็จสิ้น เมื่อปี ค.ศ.1888

โดยปกติแล้วสถานที่นี้จะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมในวันอื่น ๆ แต่จะมีช่วงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมได้ คือในวันที่ 2 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ และในวันที่ 23 ธันวาคม ที่เป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ที่พระราชวังแห่งนี้จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเพื่อชื่นชมบารมีของสมเด็จพระจักรพรรดิ

จุดยอดนิยมของพระราชวัง

Nijubashi สะพานนิจูบาชิ สะพานเหล็กโค้งคู่เชื่อมระหว่างเขตพระราชวังกับสะพานหิน คนญี่ปุ่นนิยมเรียกสะพานแห่งนี้ว่า ‘เมกะเนบาชิ’ ที่แปลว่าสะพานแว่นตาที่เกิดมาจากภาพสะท้อนของสะพานกับบ่อน้ำจนดูเหมือนกับแว่นตานั่นเอง เวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาชมสะพานแห่งนี้ที่สามารถมองเห็นเป็นแว่นตาคือ วันที่ฟ้าปลอดโปร่ง และมีแดด

Imperial Palace East Garden สวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่เป็นที่ตั้งเดิมของพระราชวังเอโดะ ในอดีตเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น gavgavka ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะ เมื่อปี ค.ศ.1657 ทำให้ปราสาทแห่งนี้ได้พังทลายลงและเหลือแต่รากฐานให้คนรุ่นหลังได้เห็นต่อ ๆ กันไป ในรอบๆของปราสาทเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีการดูแลเป็นอย่างดี และเปิดให้ผู้คนเข้าชมฟรีตลอดทั้งปี เวลาเปิด/ปิดอยู่ในช่วง 9.00-16.30 น. ปิดวันจันทร์ วันศุกร์และวันหยุดตามประกาศสำนักพระราชวัง

นอกจากสองสถานที่ท่องเที่ยวในพระราชวังแห่งนี้ ในส่วนรอบๆของวังก็ยังมีสวนสาธารณะ ที่ร่มรื่น มีคูน้ำและกำแพงหินที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม อนุสาวรีย์ Kusunoki Masashige ซามูไรและขุนนางคนสำคัญในยุคคามาคุระในศตวรรษที่ 14 ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นซามูไรตัวอย่างแห่งความจงรักภักดี ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 ตั้งอยู่อีกเช่นกัน

ข้อมูลที่ควรรู้

ในวันที่ 2 มีนาคม 1657 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะหรือโตเกียว ได้ฆ่าชีวิตผู้คนนับแสนราย มีบ้านเรือนพังเสียหายเกือบทั้งเมือง โดยมีเหตุเกิดมาจากต้นเพลิงที่พระรูปหนึ่งได้ทำการเผาเสื้อกิโมโนของเด็กสาว 3 คนเพื่อเป็นของส่งวิญญาณ ขณะเริ่มเผาได้มีลมกรรโชกอย่างแรงจนทำให้โบสถ์ของวัดฮงเมียวจิติดไฟ และได้ลามไปทั่วเมืองจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เกิดความเสียหายที่ร้ายแรงรองลงมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ที่กรุงลอนดอน และไฟไหม้ใหญ่กรุงโรม โดยไฟไหม้ในครั้งนี้ถูกเรียกว่า มหาอัคคีภัยเมเรกิ หรือ The Great Fire of Meireki

การเดินทาง

เดินตรงจากสถานีรถไฟโตเกียว ทางออก Marunouchi Central Exit ประมาณ 10 นาที

Tokyo Metro Hibiya Line ลงสถานี Hibiya [H7] ทางออก B6

Tokyo Metro Chiyoda Line ลงสถานี Nijubashimae ทางออก 2

Toei Subway Mita Line ลงสถานี Hibiya [I08] ทางออก B6