โอเด้ง

โอเด้ง
โอเด้ง

โอเด้ง เป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างหนึ่งที่ใช้ซุปสาหร่ายคอมบุหรือปลาแห้งคัตสึโอะบุชิ และมีเครื่องเคียงต่าง ๆ เช่น เต้าหู้ สะสึมาอาเกะหรือลูกชิ้นปลา สึมิเระ ฮันเปน จิคุวะ บุก หัวไชเท้า ไข่ต้ม เป็นต้น ซึ่งมักจะเห็น O d e n วางขายข้างๆ แคชเชียร์ในร้านสะดวกซื้อมากมาย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวเพราะขายดีที่สุด ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูล ประวัติความเป็นมาของ O d e n ให้ผู้ที่สนใจได้อ่านกันอีกด้วย

ประวัติของ โอเด้ง

O d e n มีต้นกำเนิดมาจากเต้าหู้ที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าทาด้วยมิโซะก่อนกินเรียกว่า “เด็งกะกุ” แล้วคำว่า “โอะ” ที่พวกผู้หญิงที่เป็นข้ารับใช้ในวังสมัยเฮอันนิยมใช้ พอนำมาผสมกันจึงได้เกิดเป็นชื่อใหม่คือ O d e n นั่นเอง

ในต้นสมัยของโชวะนั้นได้กำเนิดร้าน O d e n ขึ้นมา จึงได้กลายเป็นอาหารที่ทานได้ที่ร้าน และหลังจากนั้นได้มีการทำผงซุป O d e n สำเร็จรูปขึ้น และได้ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตจึงทำให้การทำนั้นง่ายไม่ยุ่งยากอีกต่อไป O d e n จึงกลายเป็นอาหารที่นิยมทำรับประทานกันในครอบครัว และในช่วงประมาณปี 1980 ก็ได้มี O d e n จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วไป ตั้งแต่นั้นมา O d e n ก็กลายเป็นอาหารที่สามารถหารับประทานได้ทั่วไป

O d e n คืออาหารประเภทต้มในญี่ปุ่น โดยนำวัตถุดิบหลากหลายชนิดไปต้มเป็นระยะเวลานานในน้ำซุปกับผงปลาแห้งและสาหร่ายคอมบุ เมื่อได้เข้าสู่ในช่วงฤดูหนาว ร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ จะวางขายโอเด้ง

วัตถุดิบของ O d e n

  • หัวไชเท้า เป็นวัตถุดิบที่นิยมมาก เนื่องจากหัวไชเท้าจะดูดซับน้ำซุปและมีรสชาติที่ดี กล่าวได้ว่าเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
  • ไข่ หรือไข่ต้ม เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมที่จะขาดไม่ได้ เคล็ดลับควรลองทานโดยผ่าครึ่ง และปล่อยให้ไข่แดงละลายไปกับน้ำซุปจะทำให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม
  • คอนเนียคุ และลูกชิ้นคอนเนียคุ ทำมาจากคอนเนียคุอิโมะ รสสัมผัสมีความหนึบเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจะไม่มีสารอาหารมากเพราะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 97 เปอร์เซ็น แต่ก็ได้รับความนิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีแคลอรี่ต่ำ
  • โมจิคินจาคุ แป้งโมจิที่ห่อไว้ในเต้าหู้ทอด น้ำมันที่อยู่ในเต้าหู้ทอดจะเข้ากันได้ดีกับรสชาติของน้ำซุป โมจิข้างในจะละลายเหมือนลาวา
  • ชิคุวะ เนื้อปลาบดที่ถูกนำไปพันบนไม้แล้วนำไปย่างหรือนึ่ง เป็นวัตถุดิบที่ให้รสชาติแก่น้ำซุปที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
  • กิวซุจิ คือเนื้อวัวส่วนน่องที่มีเอ็นติดอยู่และมีผลทำให้รสชาติน้ำซุปอร่อย
  • ฮันเปน ปลาเนื้อขาวบดที่นำไปผสมกับมันเทศญี่ปุ่นแล้วนำไปนึ่ง มีรสสัมผัสนุ่มฟูและยังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับเด็ก ๆ
  • สาหร่ายคอมบุ เป็นวัตถุดิบที่มีความสำคัญมาก และได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิง
  • กันโมโดกิ ของทอดที่ทำจากเต้าหู้บดผสมกับสาหร่ายและผักหั่นฝอย
  • ซัตสึมะอาเกะ เนื้อปลาบดทอดเป็นของที่ขึ้นชื่อของจังหวัดคาโกชิมะ สามารถใส่แครอทหรือโกโบหั่น พอใส่ลงไปใน O d e n ก็ทำให้รสเข้มข้นอร่อยยิ่งขึ้น
  • ชิราทากิ คือคอนเนียคุที่หั่นเป็นเส้นยาวๆ เป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ
  • ไส้กรอก
  • โรลแคบเบจ หรือกะหล่ำม้วน มีที่มาจากอาหารตะวันตกแต่ก็เข้ากันกับน้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่นได้ดี
  • ปลาหมึกสายพันธุ์ มาดาโกะ และปลาหมึกเล็ก ๆ ที่สามารถทานได้ทั้งตัวอย่างสายพันธุ์ อีดาโกะ
  • สึคุเนะ คือเนื้อไก่สับที่ผสมกับไข่และเครื่องเทศ ที่ทำให้อยู่ในรูปของดังโงะ เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ช่วยให้น้ำซุปมีรสชาติที่นุ่มล้ำลึก
  • ชิคุวาบุ ที่มำจากโปรตีนในแป้งสาลีไปผสมกับผงแป้งต่าง ๆ และทำให้อยู่ในรูปทรงชิคุวะจึงนำไปต้มหรือนึ่ง เคล็ดลับผู้คนที่ชอบรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม !
  • สึมิเระ เป็นลูกชิ้นเนื้อปลาบดจากปลาเนื้อแดงอย่างปลาอิวาชิ ปลาซาบะ และปลาอาจิ ในขั้นตอนการทำคือหยิบสึมิโทรุ แล้วนำไปใส่อิเรรุ ในน้ำร้อน จึงเรียกว่า สึมิเระ เป็นบรรดาอาหารประเภทของปั้น
  • โกโบมากิ คืออาหารที่นำซัตสึมะอาเกะไปพันกับโกโบ มีรสสัมผัสที่กรุบกรอบ
  • ดาชิมากิทามาโกะ หรือไข่ม้วนญี่ปุ่น จะดูดซับน้ำซุปจึงกลายเป็นไข่ม้วนรสสัมผัสแสนนุ่มฟู
  • มันฝรั่ง วัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในอาหารญี่ปุ่นอย่างนิคุจากะ (เนื้อต้มมันฝรั่ง) และยิ่งต้มนานเท่าไร มันฝรั่งก็จะยิ่งนุ่มขึ้นและมีรสชาติเข้มข้นขึ้น

วัตถุดิบอื่นๆ

  • อุด้ง สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อตามลอว์สัน และแฟมิลี่มาร์ท ราคาอยู่ที่ 110 เยน เท่านั้น
  • เนริงาราชิ
  • ซอสมิโสะแดง
  • ยูซุโคโช พริกไทยรสยูซุ
  • ชิจิมิ หรือพริกเจ็ดรส
  • ซอสมิโสะผสมขิง

วิธีทำและเคล็ดลับการทาน

วิธีในการทำ O d e n เมื่อเราทำน้ำซุปโดยที่ใช้สาหร่ายคอมบุกับปลาแห้งคัตสึโอะบุชินั้น ควรใส่หัวไชเท้า และไข่ ตามลำดับ ใส่ตามส่วนที่ต้องต้มนานก่อนลละจึงใส่ส่วนที่ต้มน้อยกว้าป็นอันดับสุดท้าย จากนั้นควรใช้ไฟอ่อนเพื่อที่จะต้มต่อไปเรื่อย ๆ วิธีในการรับประทานก็ตักใส่ภาชนะจานหรือชาม จิ้มคาราชิหรือมัสตาร์ด ซึ่งในญี่ปุ่นนั้นจะนิยมทานคู่กับสาเกร้อน ๆ เพราะชาวญี่ปุ่นชอบกันมาก ๆ

ความแตกต่างของแต่ละพื้นที่

ในส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นด้านตะวันออกนั้นจะนิยมใช้โชยุที่มีรสชาติเข้มข้นในการปรุงรส น้ำซุปจึงมีสีที่เข้ม ส่วนญี่ปุ่นในด้านตะวันตกจะนิยมใช้โชยุรสชาตที่อ่อนกว่าในการปรุงรส น้ำซุปจึงมีสีอ่อน และสำหรับชาวคิวชูหรือโอกินาว่ารสชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือรสชาติที่ปรุงแบบเข้มข้นผสมกับน้ำซุปจากเนื้อไก่และปลาโทบิโอะ ส่วนที่เกียวโตนั้นจะชอบรสชาติที่มีรสนิยม โดยใช้น้ำซุปจากปลาซาบะแห้งและสาหร่ายคอมบุและอื่น ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Ufabet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *