โอนิงิริ

โอนิงิริ
โอนิงิริ

โอนิงิริ (o n i g i r i) หรือ โอมูซูบิ คือข้าวปั้นอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมหรือวงรี โดยจะห่อด้วยสาหร่ายหรือโนรินั่นเอง ซึ่งในสมัยก่อนนั้น o n i g i r i จะเป็นไส้บ๊วยเค็ม (อูเมโบชิ) ปลาเค็ม (ชาเกะหรือคัตสึโอบูชิ) หรือเป็นไส้ที่มีรสชาติเค็มต่าง ๆ ซึ่ง o n i g i r i จะแตกต่างกับซูชิเพราะ o n i g i r i  ข้าวนั้นจะไม่มีรสชาติเปรี้ยวน้ำส้มสายชูญี่ปุ่น(ซูชิเมชิ) เหมือนกกับข้าวซูชินั่นเอง

ประวัติของ โอนิงิริ

onigiri ในอดีตนั้นจะมีลักษณะปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เพื่อสะดวกต่อการถือและการกินนอกสถานที่ ซึ่งในยุคก่อนซามุไรนั้นสามารถพกพานำไปกินได้สะดวกในสนามรบ ต่อมาในยุคเฮอังก็ได้มีการห่อข้าวปั้นในลักษณะที่เป็นเหลี่ยมมากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการวางซ้อน ๆ กัน จากนั้นยุคคามากูระจนถึงยุคเอโดะ onigiri ก็ยังไม่มีการห่อด้วยสาหร่าย ฌเยมีการปรุงรสชาติโดยใช้เกลือเป็นหลัก จนกระทั่งในยุคเมจิจึงเริเริ่มมีการรู้จักใช้สาหร่ายในอาหารต่าง ๆ อีกด้วย

ต่อมาหลังจากที่ได้มีการใช้เครื่องจักรในการห่อข้าวปั้นจึงไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะเนื่องจากรูปร่างที่ยากต่อการจัดทำ จนเมื่อถึงในช่วงของศริสต์ทศวรรษที่ 1980 จึงได้มีการห่อข้าวปั่นในรูปแบบใหม่ ๆ ขึ้น คือ การปั้นข้าวปั้นก่อนแล้วจึงนำไปยัดใส้ โดยการห่อข้าวให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและตามด้วยการยัดไส้ด้วยขั้นตอนถัดไปและสุดท้ายจึงปิดรูด้วยสาหร่ายนั่นเอง โดยในภายหลังนั้นได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ข้าวปั้นและสาหร่ายโดยการแยกจากกัน เพื่อที่จะป้องกันปัญหาสาหร่ายที่ห่อนั้นเหนียว ซึ่งก่อนที่จะรับประทานนั้นค่อยนำสาหร่ายมาห่อข้าวพร้อมทาน

Onigiri หาซื้อได้ที่ไหน

Onigiri หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อแทบทุกร้านในประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีไส้ต่าง ๆ มากมายให้เลือกทาน เห็นได้ว่า onigiri เป็นอาหารกินเล่นที่นิยมมากอย่างหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยในญี่ปุ่นนั้นมีร้านขาย onigiri โดยเฉพาะที่เรียกได้ว่า “โอนิงิริยะ” ซึ่งเป็นการทำ onigiri ได้ตามสั่ง

ซึ่งในประเทศไทยนั้นได้มี onigiri ขายตามร้านอาหารญี่ปุ่น และตามร้านสะดวกซื้อ และตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ บางแห่ง ที่ได้มีการดัดแปลงรสชาติเพื่อให้ถูกปากคนไทยอีกด้วย

ไส้ต่าง ๆ ของ onigiri

onigiri เริ่มมีมาตั้งแต่ยังไม่มีไส้ และแบบที่มีไส้ต่าง ๆ เช่น ปลา ปลาไหล ชิราโกะ ฟูริกาเกะ ผักดอง กิมจิ โนซาวานะ ยำสาหร่าย สึกูดานิ อูเมโบชิ คานิ มิโซะ เม็นไตโกะ อูนิ โอกากะ ทาราโกะ สลัดไข่กุ้ง สลัดปูอัด ซาบะย่างเกลือ แซลมอนย่างซีอิ๊ว เป็นต้น

onigiri ไม่ได้มีเพียงแค่รูปทรงสามเหลี่ยมเท่านั้น และก็ไม่จะเป็นจะต้องถูกห่อด้วยสาหร่ายแห้งเสมอไป ซึ่งแท้จริงแล้ว onigiri  มีความหลากหลายมากมาย ทั้งในลักษณะของรูปร่าง รสชาติ ชนิดพันธุ์ของข้าวที่นำมาใช้ ตลอดจนวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่ใช้ในการประกอบเข้าด้วยกันจนเป็น onigiri ก้อนหนึ่ง และปัจจุยสำคัญที่มีผลต่อ onigiri มากที่สุดนั้นอาจเป็นผลผลิตท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไปตามสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ ถ้าหากจังหวัดและเมืองนั้น ๆ มีวัตถุดิบที่สามารถนำมาทำไส้ของ onigiri ได้ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่ดี และเป็นของดีประจำถิ่นนั้น ๆ อีกด้วย

เมื่อได้รวม onigiri กับอาหารท้องถิ่น

  • จังหวัดอะโอะโมะริ ได้แก่ คิคุคะโอะริ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นผสมเห็ด ถั่ว และดอกเบญจมาศ

  • จังหวัดยามากาตะ ได้แก่ มิโซะยากิ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นย่างมิโซะและประกบด้วยใบโอบะ

  • จังหวัดอิบารากิ ได้แก่ นัตโตะ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นผสมถั่วหมักกับปลาชิราสึสองวัตถุดิบขึ้นชื่อประจำจังหวัด

  • จังหวัดโทยามะ ได้แก่ โทโรโระคอมบุ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นคลุกสาหร่ายฝอย เพราะในจังหวัดโทยามะเป็นจังหวัดที่มีการบริโภคสาหร่ายเป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น

  • จังหวัดอิชิกะวะ ได้แก่ อิกะโนะทาคิโกะมิโกฮัง o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นจากข้าวหุงปลาหมึกถือเป็นอาหารประจำฤดูใบไม้ร่วง

  • จังหวัดนากาโน่ ได้แก่ โนซาวะนะโตะคาริคาริอุเมะ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นผสมผักโนซาวะนะและบ๊วยเม็ดเล็ก

  • จังหวัดมิเอะ ได้แก่ เท็นมุสึ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นไส้กุ้งเทมปุระทั้งตัวห่อสาหร่าย

  • จังหวัดเกียวโต ได้แก่ นาเอะเมชิ

เป็นข้าวปั้นผสมเมล็ดถั่วแดงคลุกผงถั่วเหลืองคั่วป่น

  • จังหวัดโอซาก้า ได้แก่ ชิโอะคอมบุ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นทรงถุงใส่ข้าวสารญี่ปุ่นผสมสาหร่ายดองเกลือ

  • จังหวัดโทคุชิมะ ได้แก่ ซึดะชิ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นผสมมะนาวญี่ปุ่นและเนื้อปลาแซลมอนย่าง

  • จังหวัดโคจิ ได้แก่ คัตสึโอะเมชิ o n i g i r i

เป็นข้าวปั้นผสมเนื้อปลาคัตสึโอะชิ้นโต

ความรู้เพิ่มเติม

  • ข้าวที่พึ่งหุงเสร็จใหม่ ๆ คือ ข้าวที่เหมาะสำหรับที่จะนำมาทำ onigiri มากที่สุด เพราะข้าวจะมีความเหนียวนุ่มและมีปริมาณความชื้นมากกว่าข้าวที่หุงทิ้งไว้นานแล้ว ทำให้ข้าวที่พึ่งหุงเสร็จใหม่ ๆ นั้นทำให้เมล็ดข้าวเกาะตัวกันได้ดีมาก เมื่อถูกนำมาปั้นเป็นก้อน
  • เกลือถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำ onigiri เพราะนอกจากที่จะช่วยเพิ่มรสชาติแล้ว เกลือยังสามารถที่จะช่วยยืดอายุในการเก็บรักษา onigiri ได้อีกด้วย ซึ่งในการใส่นั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน
  • ในการทำ onigiri นั้นควรทำให้มือทั้งสองข้างเปียกก่อน จากนั้นก็นำเกลือปริมาณเล็กน้อยมาถูบนฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนลงมือทำ แค่นี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้ข้าวติดมือเวลาปั้น onigiri ได้นั่นเอง
  • ในสมัยก่อนที่จะมีการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ห่อ onigiri นั้น คนญี่ปุ่นมักจะใช้ใบไผ่ห่อเวลาที่จะต้องพกติดตัวก่อนเดินทาง

อ่านข้อมูลเพิ่มเพิ่มได้ที่ u f a b e t

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *