โมจิ (Mochi)

โมจิ (Mochi)
โมจิ (Mochi)

โมจิ (Mochi) เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นขนมโมจิบ่อยนักหากไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น โมจิเป็นขนมยอดฮิตในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่และยังมีเทศกาลการทำ Mochitsuki หรือทำโมจิเพื่อประกอบพิธีมงคลอีกด้วย มีรสชาติอร่อยแต่มาพร้อมความอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ เรามาทำความรู้จักกับขนมชนิดนี้กันเถอะ

ประวัติโมจิ (Mochi)

เชื่อกันว่า ”โมจิ” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนและแพร่หลายไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ในช่วงศตวรรษที่10 ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกขนมชนิดนี้ว่า ”โมจิ” ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆเหนี่ยวนุ่ม เนื่องจากทำมาจากข้าวญี่ปุ่นที่นำไปนึ่งแบบผ่านไอน้ำ จากนั้นนำมาตำจนเป็นก้อนแป้งเหนียวๆและนำมาแบ่งเป็นก้อนพอดีคำแล้วนำมากินกับน้ำตาลผสมกับแป้งถั่วเหลืองหรือโชยุผสมกับหัวไชเท้าบดละเอียด
ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าโมจิเป็นขนมมงคลที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาและประเพณีที่สำคัญของญี่ปุ่นเท่านั้น จนถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โมจิเริ่มเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากสามารถทำรับประทานเองที่บ้านได้ เพราะวัตถุดิบหาได้ง่ายและวิธีทำก็ไม่ยากอีกทั้งยังให้พลังงานสูงเพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นจึงทำให้คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานโมจิเพื่อให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ทำเป็นขนมได้หลากหลายรูปแบบเพื่อให้ถูกปากมากขึ้น โดยจะมีการนำไปรับประทานคู่กับถั่วแดงบดแบบหวาน สอดไส้ผลไม้ ชาเขียว งาดำ ช็อคโกแลตหรือรสชาติต่างๆมากมาย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ไดฟุกุ” มีความหมายว่า ”โชคดี” และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ ขนมชนิดนี้ถือว่าเป็นขนมชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
เรียกได้ว่า “ไดฟุกุ” หรือ “โมจิ” เป็นอาหารว่างหรือขนมยอดนิยมและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อีกทั้งยังเป็นของมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น หากใครอยากลิ้มลองรสชาติอันแสนอร่อยของ”โมจิ”นั้น ก็สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปได้โดยไม่ต้องไปหาซื้อไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ถ้าหากคุณอยากลองทำโมจิกินเอง คุณก็สามารถซื้อเครื่องทำโมจิและลองทำโมจิเองได้ด้วย

วิธีการทำโมจิ

ส่วนประกอบ

  • ข้าวเหนียวญี่ปุ่น
  • น้ำเปล่า
  • ถั่วแดงกวน (สามารถหาซื้อได้ที่ร้านทั่วไป)
  • แป้งมัน (เอาไว้ทำเป็นแป้งนวล ไม่ให้แป้งขนมติดกัน)

อุปกรณ์ช่วย

ครก-สาก ขนาดใหญ่ , ลังนึ่งข้าวเหนียว

ขั้นตอนการทำ

1. นำข้าวเหนียวญี่ปุ่นมาแช่น้ำ ค้างไว้ 1 คืน (12 ชั่วโมง)

2. นำข้าวเหนียวญี่ปุ่น (ห่อผ้าขาวบาง)ไปหุงจนสุก และเมื่อสุกได้ที่ก็นำไปใส่ในครก USU

3. ในส่วนของการ “ตำโมจิ” ต้องมีการสลับจังหวะ คนหนึ่งตำ คนหนึ่งพลิก และในขณะที่พลิกแป้งก็ต้องพรมน้ำไปด้วยเพื่อไม่ให้แป้งติดกับครก

4. พอแป้งเหนียวญี่ปุ่นได้ที่จนเป็นก้อน เนื้อละเอียดเนียนได้ที่แล้ว ยกออกมาวางบนพื้นรองด้วยแป้งมัน จับแบ่งเป้นก้อนเล็ก ปั้นเป็นวงกลม  และก็นำไปทำเมนูต่างๆได้เลย

โมจิสามารถทำได้อีกแบบหนึ่งก็คือทำมาจากแป้งข้าวหวานเรียกว่า Mochiko  นำมาผสมน้ำและตั้งไฟคนให้เหนียวจะได้โมจิเนื้อละเอียดเด้งๆ  สีขาวขุ่นๆ  แป้งนี้ยังสามารถนำมาทำเป็นขนมปังและเส้นราเมนได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง การแบ่งโมจิในวันปีใหม่ ห้ามใช้ของมีคมตัดแป้งโมจิเด็ดขาด เพราะถือเป็นเรื่องอัปมงคล ควรใช้มือดึงแป้งแบ่งเป็นก้อนๆแทน

วิธีรับประทานโมจิ

ในแต่ละคนชอบรับประทานไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคุณสามารถรับประทานโมจิได้หลายวิธี เช่น ย่างไฟ ห่อสาหร่าย จิ้มโชยุ หรือจิ้มโชยุใส่น้ำตาล โดยการย่างโมจิบนไฟหรือการปิ้งโมจิในเครื่องปิ้งให้ค่อย ๆไหม้และกลายเป็นสีน้ำตาล หรือคุณอาจจะทานโมจิไส้ไอศกรีม วากาชิ ซุปถั่วแดงหรือซุปปีใหม่ที่เรียกว่า โอโซนิ (ozoni) เป็นซุปที่อร่อยที่สุด มันทั้งอร่อย ดีต่อสุขภาพ มีไฟเบอร์เยอะและช่วยในการขับถ่าย

ประเภทของโมจิ

รูปร่างของโมจิจะแตกต่างกันออกไปตามร้านที่คุณซื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วรูปร่างของโมจิจะเป็นทรงกลม “มารุโมจิ” หรือไม่ก็ทรงสี่เหลี่ยม “คาคุโมจิ” รสชาติของโมจินั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีรับประทาน คนบางคนชอบเอาผงคินาโกะมาโรยบนโมจิก่อนกิน บางคนสอดไส้โมจิด้วยลูกพลัมดอง นัตโตะหรือแม้กระทั่งชีส

ขนมโมจิมีหลากหลายที่นำไปประยุกต์

  • โมจิใส้ เกาลัดต้มและถั่วกวน Maron Anko Mochi
  • มัตจะ โมจิ (ผงชา มัตจะ) Matcha Mochi
  • ฮานาบิระ โมจิ (ทานกันในพิธีสำคัญ) Hanabira Mochi
  • ยากิ โมจิ (โมจิยัดไส้ถั่วกวนแล้วเอาโปะงาขาว เอาไปจี่ทอดในกระทะน้ำมันน้อย ๆ) หอมแป้งใหม่ๆ  Yaki Mochi
  • คุซะ โมจิ (โมจิสีเขียวผสมใบโยโมหงิ) Kusa mochi
  • โกะมะ โมจิ (ทาน้ำตาลอ้อยเคี่ยวแล้วคลุกด้านนอกด้วยงาดำ) Goma Mochi
  • โมจิ คินาโกะ (แป้งโมจิ คลุกผงคินาโกะ-ผงถั่วเหลืองกับน้ำตาล เวลาจะทานราดน้ำตาลอ้อยเคี่ยว) Mochi Kinako
  • ซากุระ โมจิ (แป้งสีชมพู สอดใส้ ครีมหรือถั่วแดงกวน)  Sakura Mochi
  • โอะฮากิ ( ก้อนแป้งโมจิหุ้มด้วยถั่วแดงกวน นิยมทานช่วงเทศกาลไหว้สุสานบรรพบุรุษ) Ohagi
  • โกะมะ โมจิ (โมจิยัดใส้ถั่วแดงกวนแล้วคลุกงาขาวคั่ว) Goma Mochi
  • ซากุระ โมจิ (โมจิอีกแบบห่อใบซากุระดองเกลือ ที่นิยมทานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ) Sakura Mochi
  • คาชิวะ โมจิ (โมจิใส้ถั่ว ห่อใบคาชิวะ บางแห่งใช้เต้าหู้ผสมแป้งห่อ) Kashiwa Mochi

อันตรายจากโมจิ

โมจิอันตรายเพราะมันเหนียว ถ้าคุณไม่เคี้ยวมันดี ๆ และกลืนมันลงไปให้หมด โมจิที่เหลือก็อาจจะติดคอคุณได้ ผู้สูงอายุและเด็กเสี่ยงกับการโดนโมจิติดคอมากที่สุด ดังนั้นจึงมีคำเตือนออกมาว่าผู้สูงอายุไม่ควรที่จะรับประทานโมจิเพียงลำพัง

ถ้าหากคุณได้มาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่ เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับการชิมโมจิ เราขอแนะนำให้คุณลองทานโมจิดู แต่ควรเคี้ยวดี ๆ ก่อนที่จะกลืน ซึ่งจะปลอดภัยกับผู้รับรับประทานอย่างแน่นอน

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.ufa877.com

หากคุณชอบ สามารถอ่านข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ อาหารญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *