เกอิชา

เกอิชา
เกอิชา

เกอิชา หากพูดถึงคำนี้ เชื่อว่าบางคนที่ไม่รู้จักหรือรู้เพียงผิวเผินคงนึกถึงผู้หญิงขายบริการหรือโสเภณี ที่แต่งกิโมโนสวยๆ ทาหน้าขาวๆ ปากแดงๆ ของญี่ปุ่น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น ดังนั้นควรมาดูความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องของ เกอิชา ที่เรามักเข้าใจผิดกัน

ประวัติศาสตร์ของ เกอิชา

Geisha เป็นอาชีพอย่างหนึ่งของสตรีคนญี่ปุ่นในสมัยก่อน ถือว่าเป็นผู้ที่ชำนาญทางด้านศิลปะและให้ความเพลิดเพลิน เสมือนเป็นผู้คอยต้อนรับและปรนนิบัติแขก เกอิชามีอยู่แพร่หลายอย่างมากในญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ19 เมื่อปี ค.ศ. 1920 และได้มีจำนวนเกอิชาถึง 80,000 คน ซ่งในปัจจุบันแม้ว่าจะยังมีอาชีพเกอิชา แต่ก็มีจำนวนน้อยและลดลง สำหรับเกอิชาฝึกหัดจะเรียกว่า ไมโกะ

อาชีพของเกอิชาพัฒนามาจาก ไทโคะโมะชิ หรือ โฮกัง ซึ่งคล้ายกับพวกตลกหลวงในราชสำนัก เกอิชาในสมัยแรกล้วนเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกันนั้นจะเรียกกันว่า “อนนะ เกชะ” หรือเกอิชาหญิง แต่ในปัจจุบันเกอิชาจะเป็นหญิงเท่านั้น

Geisha เรื่องจริงจากประเทศญี่ปุ่น

Geisha ก็คือผู้หญิงขายศิลปะที่มีระดับและมีค่ามากกว่าเหล่าโสเภณีมาก การที่จะเป็นเกอิชาที่แท้จริงได้จะต้องมีการฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่ช่วงอายุ 16 ปี โดยการฝึกฝนจะต้องเข้าไปอาศัยอยู่กับ “มาม่า” เพื่อเข้าฝึกทักษะความสามารถด้านการแสดงรวมทั้งการบริการที่พวกเธอจะต้องปฏิบัติแก่ลูกค้า ดังนั้นในช่วงที่เป็น Geisha ฝึกหัดจะถูกเรียกว่า “ไมโกะ” จนกระทั่งฝึกฝนเรียนรู้ทักษะจนอายุได้ 21 ปี ไมโกะที่ผ่านการฝึกฝนจนได้มาตรฐานแล้วก็สามาถเลื่อนขั้นเป็น เกอิชา เต็มตัวและสามารถออกไปทำงานต้อนรับลูกค้าได้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกก็จะต้องไปทำงานอย่างอื่นแทน

ผู้ที่จะเข้ามาฝึกเป็น Geisha ในอดีตนั้นมีทั้งผู้ที่สมัครใจและผู้ถูกซื้อตัวมาเพราะความยากจน โดยพวกเธอต้องทำงานรับใช้อยู่เบื้องหลัง Geisha รุ่นพี่จะคอยสอนงานและต้องเรียนรู้งาน สำหรับ Geisha ที่เป็นที่ถูกใจของลูกค้าก็อาจเลือกเพื่อไปแต่งงานเป็นอุปถัม ส่วนคนที่ไม่ได้แต่งงานหรืออายุมากขึ้นก็สามารถเลือกที่จะมีร้านเป็นของตัวเองโดยใช้ทรัพย์สินที่สะสม หรือบางรายคนก็ไปเป็นครูสอน Geisha ในรุ่นต่อ ๆ ไป

ความแตกต่างระหว่าง Geisha และโอยรัน

ในความจริงแล้ว Geisha จะขายความสามารถส่วนโอยรันจะขายเรือนร่าง การสังเกตุเบื้องต้นเพื่อจะแยกแยะคือต้องดูที่ชุดแต่งกายที่แม้จะสวมชุดกิโมโนเหมือนกันแต่สัญลักษณ์คือสายคาดเอวที่เรียกว่า “โอบิ”หากเป็น Geisha จะผูกไว้ที่ด้านหลัง ส่วนโอยรันจะผูกไว้ด้านหน้า นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ช่วยให้เราแยกแยะได้อีกเช่นกัน

Geisha ในสมัยใหม่

ซายุกิ (ฟิโอนา เกรอัม เกิดที่เมลเบิร์น) ชาวออสเตรเลีย ที่ทำงานเป็น Geisha ในประเทศญี่ปุ่น เธอยังเป็นนักมานุษยวิทยา ผู้ผลิตและผู้กำกับภาพยนตร์สารดคี รวมทั้งทำงานที่สถานีโทรทัศน์ NHK National Geographic Channel 4 และ BBC โดยหลังจากที่ได้รับการฝึกอบรม ในสำนักเกอิชาช่วงเวลาหนึ่งปี ปี ค.ศ. 2007 ซายูกิก็ได้กลายเป็น Geisha เต็มตัว ณ ย่านอาซาคุซะ กรุงโตเกียว และยังเป็น Geisha ชาวตะวันตกคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ซายูกิได้รับการฝึกฝนศิลปะหลายแขนง ได้แก่ การเล่นดนตรี การขับร้อง การเต้นรำ การชงชา รวมทั้งเรื่องบทกวีและวรรณคดี สิ่งที่ซายูกิชำนาญมากที่สุดก็คือ ขลุ่ยญี่ปุ่นที่ชื่อว่าโยะโกะบุเอะ

ซายูกิได้จบการศึกษาปริญญาตรี ในสาขามนุษย์วิทยาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเช่นกัน ซายูกิยังได้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเคโอ หนึ่งในมหาลัยที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และยังเคยทำงานในบริษัทญี่ปุ่น คือที่ Tokyo’s night world กับที่นักกีฬาญี่ปุ่น รวมทั้งแอนิเมชันอีกด้วย

ซายูกิ ได้เขียนหนังสือ ในชื่อเรื่องว่า “Inside the flower and willow world” โดยสำนักพิมพ์ Pan Macmillan จากประเทศออสเตรเลีย เกี่ยวกับหนังสือสารคดีเกี่ยวกับโลกของ Geisha

จากที่สภาพสังคมเปลี่ยนไปทำให้ผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้น และทำให้ในญี่ปุ่นมี Geisha ลดลงเรื่อย ๆ แต่ถึงแม้จะมีสถานบันเทิงสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมายแต่ก็ยังมีลูกค้าบางส่วนที่ยังชอบวัฒนธรรมดั้งเดิมนี้อยู่ และที่สำคัญ Geisha ไม่ได้มีแค่เพียงผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งผู้ชายแท้บางคนก็เลือกประกอบอาชีพนี้ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก gavgavka

สามารถอ่านข้อมูลอื่นๆได้ที่ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *