วัดโทไดจิ

วัดโทไดจิ
วัดโทไดจิ

วัดโทไดจิ (T o d a i j i)เป็นวัดพุทธของเมือนาราประเทศญี่ปุ่น ศาลาหลวงพ่อโต หรือ ไดบุตสึ ได้รับการบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุตสึขนาดใหญ่ที่เป็นพระปฏิมาแทนองค์พระไวโรจนพุทธเจ้า ทั้งนี้สถานที่ก็เป็นศูนย์กลางของโรงเรียนศาสนาอีกด้วย วัดแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในเมืองนารา

ประวัติ วัดโทไดจิ

เมื่อในสมัยเทมเปียว ได้มีผู้ประสบภัยจากภัยจากโรคระบาดและธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จนเมื่อปี พ.ศ. 1 2 8 6 ได้มีจักรพรรดิโชมุ ประกาศว่า ‘ประชาชนควรที่จะร่วมสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาเพื่อที่จะปกป้องจากภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งนี้ได้มีความเชื่อว่าพระพุทธรูปจะช่วยคุ้มครองประชาชนตามแบบบันทึกที่เก็บรักษาไว้ในวัด Todaiji กล่าวว่ามีคนได้เข้ามาช่วยสร้างพระพุทธรูปและหอที่ประดิษฐานจำนวนคนที่มากกว่า 2,600,000 คน ซึ่งในการสร้างพระพุทธรูปได้เริ่มต้นจากเมืองชิงารากิแต่หลังที่เกิดเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวนั้นมีผู้ที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมากจึงได้ย้ายสถานที่สร้างมายังเมืองนาระ เมื่อปี พ.ศ. 1 2 8 8 และได้สร้างวัดเสร็จสมบูรณืเมื่อปี พ.ศ. 1 2 9 4 ต่อมาในปี พ.ศ. 1 2 9 5 จึงมีการจัดพิธีเพื่อการฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ จึงได้มีพระภิกษุจากอินเดียที่ชื่อว่า พระโพธิเสนะเป็นพระผู้ประกอบพิธีขึ้น ซึ่งในตามประวัติการบันทึกนั้นมีผู้มาร่วมพิธีราว 10,000 คน และต่อมานั้นได้มีจักรพรรดิโชมุประกาศให้วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำจังหวัดยามาโตะ

การสร้างขึ้นใหม่สมัยนารา

หลวงพ่อโต (ไดบุตสึ) ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งจากเหตุผลต่าง ๆ รวมทั้งการเกิดความเสียหายที่มีสาเหตุการเกิดมาจากแผ่นดินไหวถูกสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งโดยเหตุผลต่าง ๆ กัน โดยได้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่เป็นจำนวน 2 ครั้งที่เกิดจากเพลิงไหม้  ซึ่งพระหัตถ์ทั้งสองข้างนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยโมโมยามะในพ.ศ. 2 1 1 1 – 2 1 5 8 พระเศียรถูกสร้างขึ้นใหม่ในสมัยเอโดะเมื่อ พ.ศ. 2 1 5 8 – 2 4 1 0 และหอที่ประดิษฐานในปัจจุบันได้มีการบูรณะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2 2 5 2 และมีขนาดเล็กกว่าอาคารเก่าราว 30% วัดเดิมภายในบริเวณวัดจะมีเจดีย์สูงราว 1 0 0 เมตร จึงจัดได้ว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกในยุคหลังจากการสร้างพีระมิด และได้พังทลายลงเหตุเกิดจากแผ่นดินไหวนั่นเอง

วัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 7 5 2 ช่วงยุคนั้นเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัดทั้งหมดในประเทศ ที่โด่งดังและเต็มไปด้วยอิทธิพลในยุคนั้น เพื่อที่จะลดบทบาทและอิทธิพลของวัดจึงได้มีการย้ายจากนาราไปยังนากาโอกะเมื่อปี ค.ศ. 7 8 4 นั่นเอง ทั้งยังมีอีกส่วนที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมอีกอย่างก็คือ ufa877 เสาร์ไม้ยักษ์ ซึ่งมีฐานขนาดรอบเสามีขนาดเท่ากับรูจมูกของหลวงพ่อโต ด้านล่างของเสาจะเป็นช่องขนาดไม่ใหญ่มากจึงได้มีความเชื่อที่ว่า ‘หากใครที่สามารถรอดผ่านช่องนี้ไปได้สามารถตรัสรู้ได้ในชาติหน้า’ ส่วนด้านตรงประตูทางเข้านั้นจะมีบานไม้ขนาดใหญ่ ที่มองเข้าไปจะเห็นรูปปั้นเฝ้าอยู่ทั้งสองประตูจึงเป็นจุดที่ชื่นชอบสำหรับสาว ๆ เลยทีเดียวเพราะจะเจอเจ้ากวางน้อยใหญ่ที่เดินไปมา และสามารถให้อาหารกวางเหล่านั้นด้วยขนมแซมเบ้ที่ได้ทำมาสำหรับกวางโดยเฉพาะ ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยากในหลาย ๆ ร้านในระแวกนั้นจะมีขนมสำหรับเจ้ากวางน้อยอยู่มากมาย ราคาห่อละ 1 5 0 เยน

ข้อมูลทั่วไปของพระพุทธรูป

พระไวโรจนพุทธะ

  • ความสูงทั้งองค์ : 14.98 เมตร
  • ความสูงของพระพักตร์ : 5.33 เมตร
  • ความยาวของพระเนตร : 1.02 เมตร
  • ความกว้างของพระนาสิก : 0.5 เมตร
  • ความยาวของพระกรรณ : 2.54 เมตร
  • น้ำหนักรวม : 500 ตัน

การเข้าชม

ค่าเข้าชม : 500 เยน

เวลาเปิด-ปิด : 08:00 – 16:30 น. เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

         08:00 – 17:00 น. เดือนมีนาคม

         07:30 – 17:30 น. เดือนเมษายน – กันยายน

         07:30 – 17:00 น. เดือนตุลาคม

         07:30 – 17:30 น. เดือนเมษายน – กันยายน

         07:30 – 17:00 น. เดือนตุลาคม

วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง

  • เดิน 3 0 นาที จาก K i n t e t s u N a r a S t a t i o n
  • เดิน 4 5 นาที จาก J R N a r a S t a t i o n
  • เดิน 5-1 0 นาที จาก T o d a i j i D a i b u t s u d e n B u s Stop

สถานที่วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่วัดดังของนาราเท่านั้น บอกได้เลยว่าวัดนี้เป็นชื่อเสียงมีความโด่งดังระดับประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว นับเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก จุดที่มาแล้วพลาดไม่ได้นั้นก็คืออาคารหลักของวัดแห่งนี้ ซึ่งอาคารไม้หลังนี้ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว ยังมีสิ่งสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ คือการเป็นที่เคารพสำหรับชาวญี่ปุ่นคือ หลวงพ่อโตหรือไดบุตสึ ที่ได้มีการประดิษฐานด้านในอาคารหลักเรียกได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *