ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์
ทุ่งดอกลาเวนเดอร์

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ จะสวยงามในช่วงฤดูที่สวยที่สุดของฮอกไกโด และเมื่อได้เข้าสู่หน้าร้อนในเมือง B i e i และ F u r a n o ก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีสันนานาชนิด โดยเฉพาะที่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ในเมือง ฟุราโนะ จะเบ่งบานสวยที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายน

ความเป็นมา ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ

ฟุราโนะ หรือ F u r a n o อยู่ติดต่อกับเมือง A s a h i k a w a (อะซะฮิกะวะ) ในประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่โด่งดังในเรื่องของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ดูสวยสดงดงามสุดลูกหูลูกตาที่บานสะพรั่งพร้อมกัน เมื่อราวเดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน ซึ่งในช่วงนี้ของทุกปีจะมีการบริการรถไฟขบวนพิเศษในช่วงฤดูร้อน “N o r o k k o – g o” (โนโรโกะโก) เพื่อที่จะพานักท่องเที่ยวได้ชมดอกไม้ที่บานสะพรั่งที่ฟาร์มโทมิตะ “T o m i t a F a r m” ที่เลื่องลือ สถานที่แห่งนี้สามารถชมสวนดอกไม้ได้หลาหลายสายพันธ์และหลากสี ซึ่งทุ่งลาเวนเดอร์ ยังสามารถเยือนพิพิธภัณฑ์ในเมืองได้ มีทั้งการช้อปปิ้งของฝากน่ารัก ๆ จากร้านค้ามากมายและยังสามารถแวะชมโรงงานผลิตชีสดำที่ทำมาจากหมึกของปลาหมึกได้อีกด้วย (B l a c k C h e e s e)

ช่วงเวลาท่องเที่ยว

หากแม้สถานที่นี้ไม่ใช่ชุมชนเมืองแต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มดอกไม้ และโรงงานสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องในท้องถิ่น อย่างเช่น การทำไวน์ ชีส ไอศครีมลาเวนเดอร์ และสารพัดของใช้จากดอกลาเวนเตอร์ อีกด้วย

ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเมืองฟุราโนะพื้นที่เป็นทุ่งกว้าง ดังนั้นพื้นที่ทั่วไปจะเป็นสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ดูกว่าสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว ในช่วงหน้าหนาวนั้นจะมีการเล่นกีฬาจำพวกสกี สโนว์บอร์ด และจะเป็นที่ชื่นชอบของคนในพื้นที่แห่งนี้ และถ้าหากใครได้มาเยือนที่นี่ในช่วงหน้าหนาวแล้วละก็รับรองได้ว่าจะประทับใจและสนุกกับกีฬาเหล่านี้แน่นอน

ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงนั้นจะเต็มไปด้วยการเดินทาง การเดินชมดอกไม้ตามถนนเส้นส่ยดอก (ถนนสายที่ 237) นักท่องเที่ยวจะมาปั่นจักรยานเช่า ไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากใครใครสามารถขับรถได้ก็สามารถขับรถเข้าไปชมได้ตามสบาย แต่จะสวยเป็นพิเศษหน่อยจะเป็นสถานที่ คือ K i m i – F u r a n o N a k a – F u r a n o เพราะที่แห่งนี้จะมีแปลงดอกไม้ที่เยอะมากเป็นพิเศษ และอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ใกล้ก็คือเมือง B i e i ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ไม่ห่างกันมาก ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลย

ของหวานในฟุราโนะ

  • โปปุระฟาร์ม

ร้านแรกที่เราจะมาแนะนำก็คือร้าน โปปุระฟาร์ม อยู่ตรงบริเวณสถานี J R N i s h i n a k a ทสถานที่แห่งนี้มีของหวานจากเมล่อนชื่อดังไม่ว่าจะเป็น “ซานต้าโนะฮิเกะ” ที่แปลว่า เคราซานต้าคลอส โดยการที่นำเมล่อนครึ่งลูกมาโปะด้วยซอร์ฟครีมอย่างเต็ม

  • ฟาร์มโทมิตะ

ร้านที่สองก็คือ ร้านค้าต่าง ๆ ที่อยู่ในฟาร์มโทมิตะ ที่ประเดิมด้วยชีสเค้กรสลาเวนเดอร์ (Lavender-Flavored Furano Snowmelt Cheese Cake)นั่นเอง ด้วยสีสวยดูน่ากิน นุ่มลิ้นแถมยังละลายในปากชิ้นนี้ แค่เห็นก็น้ำลายไหลแล้ว

นอกจากชีสเค้ก ก็ยังมีซอร์ฟครีมนมผสมลาเวนเดอร์, เครื่องดื่มขวัญใจของชาวญี่ปุ่นอย่าง “ลามูเนะ” ที่คล้ายกับมะนาวโซดาในบ้านเรานั่นเอง แต่จะผสมกลิ่นลาเวนเดอร์เข้าไป, พุดดิ้งวนิลารสน้ำผึ้งและลาเวนเดอร์, และของหวานอื่น ๆ ที่มีกลิ่นหอมๆของลาเวนเดอร์มากมายเลยทีเดียว

  • โทมิตะ เมล่อนเฮ้าส์

และยังมีอีกร้านที่สามารถลิ้มลองรสชาติเมล่อนหวานๆ นั่นคือร้าน “โทมิตะ เมล่อนเฮ้าส์” ร้านแห่งนี้ได้ใช้เมล่อนและนมสด ๆ ของเมืองเมืองฟุราโนะมาทำเป็นเมล่อนสมู้ตตี้ หรือจะเป็นเมล่อนที่หั่นทานสดๆก็มีและที่อยากจะแนะนำก็คือ เมล่อนปัง โดยการใช้ครีมเมล่อนเข้มข้น ซึ่งของหวานทั้งหมดนี้เขาจะใช้เมล่อน 1 0 0 % เมื่อได้ชิมแล้วหอมหวานละลายในปากเลยทีเดียว

การเดินทางไป ฟุราโนะ

  • รถไฟ จากสถานี S a p p o r o นั่ง J R -F u r a n o L a v e n d e r E x p r e s s ลงที่ สถานี F u r a n o ระยะเวลา 2 ชั่วโมง (มีเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้น)
  • รถบัส จาก A s a h i k a w a A i r p o r t ไปที่ B i e i (15 นาที, 360 y e n)  และถ้าลง F u r a n o (60 นาที, 750 y e n)

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก gavgavka

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *