ซูโม่

ซูโม่
ซูโม่

ซูโม่ คือกีฬามวยปล้ำแบบญี่ปุ่น เป็นศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบของญี่ปุ่น และเป็นกีฬาประจำชาติที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สุดของคนญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งในยุคโบราณ ถือกำเนิดขึ้นในการแสดงเพื่อให้เยี่ยมชมความบันเทิงให้แก่เทพเจ้าในศาสนาชินโต หรือพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นความเชื่อทางศาสนาของญี่ปุ่น มีพิธีกรรมมากมายซึ่งมีภูมิหลังทางศาสนาที่ยังคงถือปฏิบัติในปัจจุบัน เช่น พิธีการโปรยเกลือบนเวทีมวยปล้ำเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ เพื่อให้สอดคล้องกับประเพณี จึงมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นเล่นกีฬาชนิดนี้ในระดับมืออาชีพในญี่ปุ่น

ประวัติศาสตร์ ซูโม่

กีฬามวยปล้ำที่เก่าแกที่สุด เป็นการต่อสู้สำหรับเทพโบราณในญี่ปุ่น ได้อ้างอิงมาจาก UFABET Kojiki และมีบันทึกเนื้อหาในสมัยโบราณ ที่ว่า Takeminakata เพื่อที่จะพยายามยกทุ่มคู่ต่อสู้ด้วยการจับคว้าแขนของผู้ต่อสู้ ซึ่งในการแข่งขันครั้งนั้นก็ได้ถือเป็นต้นกำเนิดของ Sumo สำหรับการแข่งขัน Sumoที่เก่าแก่ที่สุดคือการแข่งขันระหว่าง Nomi no sukune และToma no kehaya โดยการเตะเป็นเทคนิคหลักของการแข่งขันในครั้งนี้และสุดท้าย Kehaya ก็ได้เสียชีวิตลง

Ozumo เป็นรูปแบบของ Sumo ที่มีในปัจจุบัน ซึ่งได้เกิดขึ้นในสมัย Edo (1603-1868) ต่อมาในสมัยMeiji (1868-1912) รัฐบาลจึงมีกฎหมายให้ประชาชนใส่เสื้อผ้า เป็นผลให้เกิดการต่อต้าน Sumoในช่วงนั้นและห้ามไม่ให้มีการพูดถึงอีกเช่นกัน UFABET ต่อมาในปี1884 เริ่มมีการพูดถึงมวยปล้ำ Sumo อีกครั้งจึงทำให้ Sumo ก็ได้กลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมญี่ปุ่นปัจจุบัน และในปัจจุบันนี้การปล้ำ Sumo ได้มีอยู่ทั่วญี่ปุ่นและบางการแข่งขัน Sumo มีการออกถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อีกด้วย

ลักษณะ

คู่มวยปล้ำจะมีรูปร่างที่อ้วนใหญ่ และจะต้องมีน้ำหนักตัวล 75 กิโลกรัมขึ้นไป ในการแข่งขันทั้งสองฝ่ายต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายหนึ่งล้ม และต้องทำให้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนอกเหนือจากฝ่าเท้าแตะกับพื้น หรือโดยการดันคู่ต่อสู้ให้ออกจากวงกลมขนาดเล็กในสนามที่มีอยู่ ในการต่อสู้ใช้เวลาไม่นานและเริ่มต้นด้วยพิธีกรรมโดยจะมีการโปรยเกลือบนพื้นในกรอบวงกลม เป็นเครื่องหมายของความบริสุทธิ์ เพราะ Sumo เป็นกีฬาที่มีเกียรติ ผู้ที่ก้าวไปถึงตำแหน่ง “โยโกสุนะ” ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของ Sumo ถือได้ว่าเป็นผู้พิชิตอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติที่สุด

ในฤดูกาลแข่งขัน Sumo อาชีพ จะเปิดการแข่งขันต่อปี ปีละ 6 ครั้ง เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม กันยายน และพฤศจิกายน โดยแต่ละครั้งใช้เวลาการแข่งขันนาน 15 วัน เป็นต้น

กฎกติกา

ในการแข่งขัน Sumo จะแข่งกันใน dohyo เป็นวงแหวนรูปวงกลม ผู้แข่งขันจะแพ้ได้ถ้าหากร่างกายหรือเท้าของเจ้าตัวออกจากเส้นที่กำหนดไว้ โดยมีการใช้เทคนิคที่หลากหลาย รวมด้วยกันทั้งหมดมากกว่า 80 ท่าเลยทีเดียว ซึ่งรวมถึงท่าผลักและท่าคว้าด้วย

กฎของการเล่นมีความเรียบง่ายอย่างมาก ซึ่งถ้านักมวยปล้ำออกจากเวทีก่อนหรือสัมผัสโดนพื้นไม่ว่าร่างกายส่วนใด ที่นอกเหนือจากฝ่าเท้าของตนเองจะเป็นผู้แพ้ ในการแข่งขันจะเกิดขึ้นบนเวทียกสูง (Dohyo) ซึ่งสนามทำจากดินเหนียวและถมทับด้วยทราย และการแข่งขันจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ก็มีกรณีที่น้อยมากที่จะใช้เวลาถึงหนึ่งนาทีหรือมากกว่านั้น การแข่งขันไม่มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักหรือระดับชั้นในกีฬาซูโม่ ดังนั้น นักมวยปล้ำอาจจะพบว่าตนเองต้องแข่งขันกับคู่แข่งที่มีน้ำหนักมากกว่าตนเองหลายเท่า และเหตุนี้ ในการทำน้ำหนักจึงถือได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการฝึกซ้อมซูโม่ที่สำคัญมาก ๆ

การแข่งขันและการจัดอันดับ

ในหน่วยงานรัฐที่ดูแลกีฬา Sumo ระดับมืออาชีพ คือ สมาคมซูโม่ญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดให้มีการแข่งขันใน 6 ฤดูกาล  มีสามครั้งในโตเกียวเดือน มกราคม พฤษภาคม และกันยายน และในโอซาก้า เดือนมีนาคม, นาโกย่า เดือนกรกฎาคม และฟูคุโอกะ เดือนพฤศจิกายน ในฤดูการแข่งขันจะใช้เวลาถึง 15 วัน ระหว่างนั้น นักมวยปล้ำแต่ละคนจะเข้าร่วมการแข่งขันหนึ่งครั้งต่อวัน ยกเว้นแต่นักมวยปล้ำที่อยู่ในลำดับต่ำลงมาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันน้อย จากนั้นนักมวยปล้ำทุกคนจะถูกจัดประเภทตามอันดับหรือบันซูเกะ ซึ่งจะมีการปรับปรุงข้อมูลแต่ละรอบการแข่งขันตามความสามารถ นักมวยปล้ำที่ทำสถิติได้ดีในแต่ละการแข่ง จะได้เลื่อนอันดับขึ้น อันดับสูงสุดเรียกว่า “Makuuchi” อันดับที่สองเรียกว่า “Juryo” ขั้นสูงสุดของซูโม่คือ yokozuna คือแชมป์ผู้ยิ่งใหญ่) ซึ่ง Yokozuna จะมีความแตกต่างจากนักมวยปล้ำในอันดับที่ต่ำกว่าเพราะเขาไม่สามารถถูกลดอันดับได้ แต่จะสามารถปลดเกษียณตนเองเมื่อเริ่มทำได้แย่ลงเช่นกัน

การดูการแข่งขัน

วิธีที่ดีในการดูซูโม่ ก็คือ เข้าชมในฤดูกาลที่มีการแข่งขันซูโม่ซึ่งจะมีการจำหน่ายตั๋วในละวัน ฤดูกาลแข่งขันที่ใช้เวลา 15 วัน ตั๋วจึงสามารถซื้อได้ล่วงหน้าจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือผ่านทาง buysumotickets.com และยังสามารถซื้อตั๋วได้ที่ร้านสะดวกซื้อและจำเป็นต้องมีทักษะในการพูดภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย

และด้วยการแข่งขันที่มีอยู่หลากหลาย และตำแหน่งสามารถลดลงได้ทุกเมื่อ นักซูโม่จึงต้องพยายามอย่างหนัก ต้องหมั่นฝึกซ้อม และไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย  เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่ในระดับสูงขึ้นไป และทำฝันของตัวเองให้กลายเป็นจริง

สามารถค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *