ชาบูชาบู

ชาบูชาบู
ชาบูชาบู

ชาบูชาบู เป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟที่ดูคล้ายกับสุกี้ยากี้ มีส่วนผสมหลัก ๆ เช่น ผัก เนื้อที่หันบาง และอาหารทะเล โดยจะมีการปรุงที่นำวัตถุต่าง ๆ เหล่านี้ จุ่มลงในน้ำเดือดหรือน้ำซุปในหม้อไฟ และปล่อยทิ้งไว้สักพัก จากนั้นสามารถนำส่วนผสมอย่างอื่นลง อย่างเช่น เต้าหู้ บะหมี่ นำมาลงตุ๋นให้เข้ากัน เมื่อสุกแล้วนำมารับประทานโดยจุ่มลงในซอส ซึ่งในปัจจุบันนั้น s h a b u s h a b u มีหลากหลายประเภทให้เลือกรับประทาน ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ใหม่ ๆ

              เริ่มมีในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 0 โดยได้มีร้านอาหาร s h a b u s h a b u ร้านแรกที่ถือกำเนิดในโอซาก้าโดยเป็นการดัดแปลงจากอาหารในลักษณะเดียวกัน s h a b u s h a b u มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน ต้นกำเนิดด้วยคำว่า “ชาบู”

ประวัติความเป็นมาของ ชาบูชาบู

อาหารตำรับของประเทศญี่ปุ่น เมนูนี้ถือกำเนิดในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่ในศตวรรษที่ 2 0 โดยอาหารรายการนี้ได้กำเนิดที่ ภัตตาคารซูอิฮิโระ ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากอาหารในลักษณะเดียวกัน ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน คำว่า s h a b u s h a b u นั้น เป็นในส่วนของเนื้อที่นำมาแล่บาง ๆ คีบด้วยตะเกียบและนำลงไปจุ่มในน้ำซุปแล้วส่ายไปมา ซึ่งในตอนแรกนั้นเป็นชื่อของเมนูหนึ่งที่เสิร์ฟเป็นหม้อไฟที่คล้ายกับสุกียากี้ แต่เนื้อจะแล่บางกินคู่กับน้ำจิ้มที่มีรสเผ็ดมากและหวานน้อยกว่าน้ำจิ้มสุกี้ หลังจากเป็นที่นิยมในภัตตาคาร ซูอิฮิโระ ได้มีการจดทะเบียนในชื่อของ s h a b u s h a b u เป็นเครื่องหมายการค้าเมื่อปี ค.ศ.1955 นับแต่นั้นมาชื่อเสียงของ s h a b u s h a b u ก็เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นทั้งในโตเกียว จนมาถึงทั่วทวีปเอเชีย จนในปัจจุบันทั่วทั้งโลกแทบจะรู้จักในชื่อของ “s h a b u s h a b u” นั่นเอง

   คำว่า S h a b u – s h a b u นั้นจึงหมายถึงเสียงตอนที่เอาตะเกียบคีบเนื้อที่แล่บาง ๆ แล้วนำไปจุ่มในน้ำเดือดโดยการส่ายไปมา ทำให้เกิดเสียงชาบุชาบุขึ้น ซึ่งเนื้อบาง ๆ นั้นลวกแค่ไม่กี่วินาทีก็สุก นอกจากเนื้อแล้วก็จะยังมีผักสด ๆ ที่นิยมใส่กันในหม้อ s h a b u s h a b u ก็คือ เห็ดหอมสด เห็ดเข็มทอง ผักกาดขาวและเต้าหู้ ส่วนในน้ำซุปนั้นจะเป็น ซุปคมบุ หรือสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง

น้ำจิ้ม มี 2 ชนิด ก็คือ

1. “น้ำจิ้มงา” จะมีส่วนผสมหลัก ๆ ก็คือ งาอบขาว, กระเทียมบด และโชยุ ที่ผสมกัน รสชาตินั้นจะออกรสหอมนุ่มกลิ่นงา

2. “น้ำจิ้มพอนซึ” หรือโชยุผสมน้ำส้มสายชู รสชาตินั้นจะออกรสเค็มอมเปรี้ยว ๆ ซ่าๆ ที่ลิ้น

วิธีการกินนั้น จะเริ่มจากการใส่ผักลงไปต้มในหม้อก่อรเพื่อให้ได้น้ำซุปที่มีรสชาติออกหวานของผักแล้วจึงนำเนื้อลงไปลวกกินนั่นเอง ซึ่งในตอนนั้นเองน้ำซุปจะหอมหวานมีความเข้มข้น หลังจากนั้นจึงใส่เส้น หรือข้าวลงไปในน้ำซุป

s h a b u s h a b u เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก นิยมการรับประทานกันบ่อยครั้ง ซึ่งเสน่ห์ของ s h a b u s h a b u นั้นก็คือวิธีการรับประทานที่จะมีการนำเอาหม้อไฟมาตั้งตรงกลางแล้วนั่งล้อมวงหม้อไฟที่มีการปรุงไปรับประทานไป อาหารประเภทนี้จึงเป็นอาหารที่เหมาะในวันที่มีอากาศหนาวเย็นเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตก เพราะจะทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นเมื่อได้กิน s h a b u s h a b u นั่นเอง

วัตถุดิบของ s h a b u s h a b u

ในหม้อน้ำซุป วัตถุดิบที่ควรมี ก็คือ เนื้อที่แล่บาง ผักชนิดต่าง ๆ น้ำจิ้มจะถูกนำมาเสริฟ์โดยแยกใสภาชนะที่เป็นถ้วยจิ้ม ซึ่งในปกติแล้วจะใส่เต้าหู้ เห็ด ผักที่สุกง่ายลงไปก่อน ส่วนตัวหลักของเมนูนี้คือ เนื้อที่แล่บาง ๆ เนื่องจากว่าเนื้อวัวของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีจุดเดือดของไขมันที่ต่ำ จึงเหมาะกับการทำชาบูชาบู ที่ไม่ต้องผ่านความร้อนที่นานเกินไป เมื่อก่อนจะนิยมใช้เนื้อวัว แต่ในปัจจุบันนั้นจะนิยมทานเนื้อหมูด้วยเช่นกัน เพราะว่าดีต่อสุขภาพ

วิธีการปรุง

อันดับแรกเมื่อต้มน้ำเดือด จึงนำสาหร่ายคอมบุลงใส่ในหม้อต้มให้เดือด ใส่ผักต่าง ๆ และเต้าหู้ลงไป ที่สำคัญคือวัตถุดิบต่าง ๆ ต้องไม่ต้มนานจนเกินไปและไม่ควรที่จะใส่ลงไปในหม้อเยอะเกินไป เมื่อน้ำซุปเดือดแล้วจึงคีบเนื้อที่ละชิ้นจุ่มลงในน้ำซุปที่เดือดประมาณ 2 – 3 ครั้งเท่านั้น เมื่อสีของเนื้อเปลี่ยนไปจึงนำขึ้นมาทานได้ทันที เพราะรสชาติที่ดีของเนื้อนั่นเอง

s h a b u s h a b u คืออาหารทั่วไปที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศญี่ปุ่นและหลาย ๆ ประเทศที่ได้รับความนิยม (ที่เรามักเรียกว่า Little Tokyos หรือ Japantowns) เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมถึงประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งในทุกวันนี้ในประเทศไทยก็ได้มีหลากหลายร้านชาบูที่มีให้ลิ้มลอง แต่ก็ได้มีการดัดแปลงน้ำจิ้มและมีการเพิ่มวัตถุดิบต่าง ๆ ลงไปในหม้อ เราเรียกกันว่าเป็นสุกี้ไทยหรือจิ้มจุ่ม

ขอบคุณบทความจาก UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *