การจักพิธีแต่งงานญี่ปุ่น
วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

การจัดพิธีแต่งงานของประเทศญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ นักอ่านทุกคน วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ การจัดพิธีแต่งงานของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอย่างนึง

2 - การจัดพิธีแต่งงานของประเทศญี่ปุ่น
การจัดพิธีแต่งงานของประเทศญี่ปุ่น

บอกได้เลยว่า การจัดพิธีแต่งงานของประเทศญี่ปุ่น นั้นมีลักษณะเฉพาะตัวมาก ๆ 

ที่เกิดมาจากการผสมระหว่างความเป็นญี่ปุ่น และตะวันตก และเจ้าสาวบางคนก็เลือกที่จะใส่เป็นชุดเดรสสีขาวยาวลากพื้น หรือบางคนก็เลือกที่จะแต่งงานที่ศาลเจ้าชินโต แต่สวมกิโมโนแทน ซึ่งแบบนี้เรียกว่า shinzen shiki แปลว่า “พิธีกรรมต่อหน้าพระเจ้า” 

ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นแล้ว คนที่เข้าพิธีแต่งงานแบบชินโตคนแรก คือ จักรพรรดิของญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1900 แต่ก็ยังไม่แพร่หลายมากนัก จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นนิยมแต่งงานแบบคริสเตียนมากขึ้น แม้จะนับถือศาสนาพุทธก็ตาม เมื่อได้หมั้นหมายกันเป็นที่เรียบร้อย หลังจากพิธีหมั้นก็จะมีการรับประทานอาหารกับครอบครัว ที่เรียกว่า ยูอิโนะ เพื่อเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายจะแต่งงานกันหลังจากนี้ การกำหนดวันแต่งงาน คู่แต่งงานจะหาวันที่ฤกษ์ดีของปีสำหรับแต่งงาน 

โดยในงานแต่งงาน ฝ่ายชายจะสวมกิโมโน ที่เรียกว่า มงซึกิ ฮาโอริ ฮากามะ และหากฝ่ายชายมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล หรือ คะมง เสื้อคลุมตัวนอกจะมีสัญลักษณ์นั้น ๆ ติดอยู่ข้างแขนเสื้อ และตรงอกเสื้อ

ส่วนฝ่ายหญิง จะสวมกิโมโนที่เรียกว่า ชิโรมุคุ และในปัจจุบันเจ้าสาวยังสามารถสวม อิโระอุจิคาเคะ กิโมโนที่มีสีสันลวดลายสวยงาม โดยขั้นตอนการทำพิธีแต่งงานมีดังนี้

1.ซันชิน โนะ กิ หรือ พิธีแห่ โดยมิโกะของศาลเจ้าจะเป็นคนนำขบวนเข้าสู่ศาลเจ้า จากนั้นครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็จะนำไปยังศาลเจ้า ตามด้วยเจ้าบ่าวและเจ้าสาว และเมื่อถึงสถานที่ทำพิธี นักบวชชินโตจะทำการประพรมให้กับคู่แต่งงาน และแขกในงาน เรียกว่า ชูบัตสึ หรือ การล้างบาป หลังจากนั้น นักบวชจะทำการสวดตามแบบศาสนาชินโตในพิธี โนริโตะ-โซโจ เป็นการสวดมนต์เพื่อฝากตัวบ่าวสาว และขอพรจากเทพเจ้าในการแต่งงาน

2.เจ้าบ่าวและเจ้าสาว จะต้องทำพิธี  เซย์ฮาอิ-โนะ-กิ หรือการดื่มสาบาน โดยจะต้องจิบไวน์สามครั้งจากถ้วยสามใบ ใบแรกเพื่อเป็นการขอบคุณบรรพบุรุษ ใบที่สองเพื่อเป็นการภาวนาให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปได้ด้วยดี และใบสุดท้ายเพื่อเป็นการอวยพรแก่ลูกหลานและความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า จากนั้นก็จะทำพิธี คากุระ-โฮโน หรือการะบำอุทิศของมิโกะถวายแก่เทพเจ้า

3.เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะแลกเปลี่ยนคำสาบานกัน เรียกว่า เซย์ชิ-โซโจ ต่อหน้าเทพเจ้า จากนั้นจึงถวายเครื่องสักการะไม้บนแท่นพิธี ทุกคนในงานจะต้องคำนับสองครั้ง และปรบมือสองครั้งตามธรรมเนียม ณ ศาลเจ้า เรียกว่า ทามากุชิ-โฮเท็น

4.ผู้ร่วมงานจะต้องประกอบพิธีที่เรียกว่า ชินโซคุไฮ-โนะ-กิ หรือการดื่มร่วมกันของครอบครัว เจ้าบ่าว และเจ้าสาว รวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวของทั้งสอง จะต้องแบ่งกันดื่มในถ้วยเดียวกันเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน และนักชวชจะทำพิธี ไซชู-ไอซัตสึ หรือการลาเพื่อจบพิธีแต่งงาน โดยการคำนับที่แท่นบูชาและแสดงความยินดีแก่คู่แต่งงานใหม่ 

โบเนนไก การเฉลิมฉลองส่งท้ายปีของญี่ปุ่น

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

บทความวัฒนธรรมญี่ปุ่น ufa877

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o