เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น

เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น
เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น

เรื่องน่าสนใจในญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ค่อยมีประเทศใดเหมือน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบเป็นอย่างมาก เราจึงนำเรื่องราวที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นที่หลาย ๆ คนไม่เคยรู้มาก่อน ได้อ่านกันเลย….

  1. ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นเกาะ และพื้นที่ 70 % ของประเทศเป็นภูเขาและมีภูเขาไฟถึง 2 ลูกอีกด้วย
  2. ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อหลายชนิด และยังมีราคาที่สูงมาก ๆ แต่มีผลไม้อย่างหนึ่งคือ M u s k M e l o n ที่แพงมาก ๆๆๆๆ ถึงจะมีตำหนิแล้วแต่ก็ยังมีราคาถึง $300 ต่อลูก หรือประมาณ 9,000 บาท นั่นเอง
  3. ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ประชากรชื่นชอบการดื่มกาแฟมาก และกาแฟนั้นจะผลิตมาจากประเทศจาไมก้า 85 % และถูกส่งมายังญี่ปุ่น
  4. การกินบะหมี่เสียงดังนั้น ในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ถือว่าเป้นการเสียมารยาท แต่กลับกันเป็นการให้เกียรติเซฟ และเป็นการชื่นชมอาหารว่านี่มันอร่อยมาก ๆ
  5. K F C นั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลือกในเทศกาลฉลองวันคริสต์มาสในญี่ปุ่นเท่านั้น และชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นยังซื้อ K F C แทนไก่ 1 ตัวอีกด้วย เพราะไก่ทั้งตัวนั้นหายาก
  6. ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีร้านที่ขายเฉพาะอาหารประป๋องด้วย และที่แน่ ๆ ว่าเมนูอาหารในร้านก็มีแต่อาหารกระป่องเท่านั้น
  7. สำหรับวัยรุ่นในญี่ปุ่นนั้น แฟชั่นการทำฟันเกนั้นถือว่าปกติ และเป็นที่นิยมกันอย่างมาก
  8. คำว่า Karaoke ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความหมายว่า e m p t y o r c h e s t r a หรือวงดนตรีเปล่าที่มีแต่เสียงดนตรี
  9. โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่นไม่มีภารโรงทำความสะอาด เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของเด็กนักเรียนและอาจารย์ต้องทำร่วมกัน
  10. ชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ทำงานหนัก และทำงานนานราว 19 ชั่วโมงต่อวันโดยที่เจ้านายหรือเพื่อนรับรู้ การนอนงีบไม่เป็นเรื่องที่เสียหาย
  11. ในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทที่ก่อตั้งยาวนานที่สุดในโลกคือ Kong Gumi Co., Ltd. เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 578
  12. กฎหมายที่แรงงานในประเทศญี่ปุ่นนั้นคุ้มครองสวัสดิการพนักงานดีมาก โดยเฉพาะการถูกไล่ออก บริษัทจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้มากพอสมควร ดังนั้นทางบริษัทจึงไม่ค่อยไล่ออกแต่จะเปลี่ยนงานที่ดูน่าเบื่อสุด ๆ จนทำให้พนักงานทนไม่ได้จนต้องยอมลาออกไปเอง
  13. หากคุณนั้นไม่อยากกลับไปนอนบ้าน แต่มีเงินติดตัวอยู่นั้น คุณสามารถที่จะนอนโรงแรมแคปซูล ที่มีรูปร่างเป็นกล่องแคป ๆ ที่นอนค้างคืนได้
  14. ศิลปะของการแล่ปลาปักเป้านั้นเป็นเรื่องที่ซีเรียสและจริงจังมาก ๆ สำหรับเซฟ เพราะต้องเรียนถึง 11 ปีและต้องผ่านการทดสอบด้วยการกินเนื้อปลาที่ตนเองแล่นั่นเอง
  15. ความสามารถในการอ่านและการเขียนของประชากรประเทศญี่ปุ่นนั้น คิดเป็น 100 %

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก แทงบอล

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

โตเกียวดิสนีย์ซี

โตเกียวดิสนีย์ซี
โตเกียวดิสนีย์ซี

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disney Sea) สวนสนุกที่ขยายออกมาจากโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท สถานที่ตั้งใกล้กับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ จากแนวความคิดของสวนสนุกที่แห่งนี้มีการดีไซน์รวมทั้งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายแล้วก็ตำนานที่เกี่ยวกับท้องทะเลต่างๆที่ประสมประสานอีกทั้งความโรแมนติกรวมทั้งความระทึกใจท้าทาย โดยจะมีโซนต่างๆในดิสนีย์ซีจึงเกี่ยวกับน้ำ ได้แก่ เมืองเวนีส ลำธารน้ำ ทะเล เรือไททานิก ถ้ำใต้น้ำในปล่องภูเขาไฟ เมืองในป่าดิบชื้นแถบอเมริกากลาง นางเงือกแล้วก็เมืองบาดาล ฯลฯ แล้วก็ส่วนมากได้แรงบันดาลใจจากภาพยนต์ดิสนีย์ที่เกี่ยวกับทะเล ยกตัวอย่างเช่น Finding Nemo หรือ Little Mermaid เป็นต้น

Tokyo Disney Sea สวนสนุกรวมทั้งดินแดนแห่งเทพนิยาย ในประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็ต่างใฝ่ฝันจำเป็นที่จะต้องไปเยือนสักหนึ่งครั้งให้ได้ Tokyo Disney Sea ก็เลยเป็นสวนสนุกที่รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังย้อนวัยเป็นเด็ก

Tokyo Disney Sea เป็นโครงการที่เกิดขึ้นต่อจากการขยายของ โตเกียวดิสนีย์แลนด์รีสอร์ต ตั้งอยู่ที่ เมืองอูรายาซุ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

โตเกียวดิสนีย์ซี มีโซนสำคัญๆที่น่าสนใจ 7 โซน ดังเช่น

  • เมืองลับแลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (Lost river delta)
  • ชายทะเลฝั่งอาหรับ (Arabian Coast)
  • ทะเลสาบนางเงือก (Mermaid Lagoon)
  • เกาะลึกลับ (Mysterious Island)
  • ชายน้ำฝั่งอเมริกา (American Waterfront)
  • เมืองเรือแห่งการศึกษาค้นพบ (Port Discovery)
  • ท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Harbor)

เครื่องเล่นที่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเดินทางและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียน Tokyo Disney Sea ได้แก่ Journey to the center of the Earth / Tower of Terror / Temple of the Crystal Skull / Raging Spirits ส่วนโซนที่เหมาะสำหรับเด็กหรือคนที่ไม่รักความระทึกใจมากเท่าไรนัก ได้แก่ 20,000 Leagues Under the Sea / Aquatopia / Storm Rider แล้วยังเพลิดเพลินใจไปกับการแสดง BraviSEAmo / Mermaid Lagoon Theater และก็โรงภาพยนต์ 3 มิติที่ขึ้นชื่อลือชาอย่าง The Magic Lamp Theater อีกด้วย

นอกเหนือจากนั้นก็มีร้านอาหารที่เสิร์ฟอีกทั้งอาหารคาวอาหารหวาน ที่จัดแต่งจานสไตล์ดิสนีย์ให้ดูน่ารักน่ารับประทาน แล้วก็ร้านขายของฝากสวยๆสำหรับคนที่ชอบหรือเป็นทาสดิสนีย์ สิ่งของพวกนี้บางครั้งก็อาจจะดูดเงินในกระเป๋าของคุณแบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ว่าได้

ค่าเข้าชม Tokyo Disney Sea

• ผู้ใหญ่ 7,400 เยน

• เด็ก (อายุ 12-17 ปี) 6,400 เยน

• เด็ก (อายุ 4-11 ปี) 4,800 เยน

• ผู้สูงอายุ (65 ปี ขึ้นไป) 6,700 เยน

ถ้าหากจองตั๋วผ่าน H.I.S ราคา 7,400 เยน และก็สามารถเปลี่ยนเป็นบัตรเเข็งได้ แต่ว่าจำเป็นจะต้องเพิ่มตังอีกนิดนึง และก็ที่สำคัญอย่าลืมไปกด FASS PART จะได้ไม่เสียเวลาคอยคิว กดเสร็จก็ถ่ายภาพเเละตะลุยกินทุกสิ่งทุกอย่างใน Disney ได้เลย

เวลาเปิด-ปิด Tokyo Disney Sea : วันธรรมดา 9.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ แล้วก็วันหยุดราชการ 8.00-22.00 น.

การเดินทางไป Tokyo Disney Sea : จากสถานี JR Maihama ต่อรถไฟ Disney Resort Monorail ไปยัง Disney Sea Station ใช้เวลาโดยประมาณ 10 นาที

Cr. ufabet1688

Tokyo Disneyland

Tokyo Disneyland
Tokyo Disneyland

Tokyo Disneyland (โตเกียวดิสนีย์แลนด์) สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดและก็เป็นที่นิยมสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เมื่อได้เข้าไปสัมผัสแล้วจะต้องกล่าวว่าราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนการเลย เป็นสวนสนุกที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย และก็มีสิ่งที่น่าดึงดูดจำนวนมากอีกทั้งขบวนพาเหรดตัวการ์ตูนดิสนีย์ ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายของกิน ของว่าง แล้วก็เครื่องดื่มในธีมดิสนีย์ แต่ละอย่างสวยมากๆ

ส่วนเครื่องเล่นยอดนิยมก็คือเครื่องเล่นสไตล์หวาดเสียวได้แก่ Big Thunder Mountain, Splash Mountain แล้วก็เครื่องเล่นสไตล์ผจญภัยที่เอารายละเอียดของการ์ตูนและก็หนังดิสนีย์มาทำ ได้แก่ C i n d e r e l l a และก็ P i r a t e s o f t h e C a r i b b e a n เป็นต้น ทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลานานอย่างยิ่งจริงๆ

ดิสนีย์คริสต์มาส โตเกียวดิสนีย์แลนด์

เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 พ.ย. 2 0 1 9 เป็นต้นไป

มาสนุกสนานกับช่วงคริสต์มาสที่ให้คุณรวมทั้งครอบครัว เพื่อนๆรวมทั้งคนสำคัญของคุณได้มีความจำอันดีงามด้วยกันที่โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทกับกิจกรรมพิเศษ ดิสนีย์คริสต์มาส ซึ่งจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 4 8 วันระหว่างวันศุกร์ที่ 8 พ.ย. – วันพุธที่ 2 5 ธ.ค. 2 0 1 9 ที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์

โตเกียวดิสนีย์แลนด์จะมอบช่วงคริสต์มาสอัศจรรย์สุดหรรษาในแบบอย่างของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ หนังสือภาพแห่งเรื่องราวในวันคริสต์มาสของบรรดาผองเพื่อนพ้องดิสนีย์ และก็มีการแสดง ดิสนีย์คริสต์มาสสตอรี่ส์ ขบวนพาเหรดเรื่องราวของเหล่าผองเพื่อนดิสนีย์ที่กำลังเริ่มจะมีช่วงเวลาที่ครึกครื้นในวันคริสต์มาส ทั้งจะเปลี่ยนแปลงโปรแกรมความเพลิดเพลินบางชุดเป็นเวอร์ชั่นคริสต์มาสด้วยเหมือนกัน

คุณจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินใจกับเรื่องราวในวันคริสต์มาสของเหล่าดิสนีย์ในชุดคอสตูมพิเศษสำหรับช่วงคริสต์มาส เริ่มด้วยเรื่องราวของโดนัลด์ ดั๊กในชุดซานตาคลอส พร้อมกับเดซี่ ดั๊กและบรรดาหลานชายขณะกำลังใช้ช่วงเวลาด้วยกันในครอบครัวอย่างสนุก หรือเรื่องราวของมิกกี้ เมาส์และก็มินนี่ เมาส์ขณะกำลังใช้ช่วงเวลาร่วมกับเหล่าผองเพื่อนในวันคริสต์มาสอย่างสนุก เป็นต้น

เมื่อขบวนพาเหรดหยุดเดินขบวนระหว่างการแสดง เสียงระฆังจะดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มงานคริสต์มาสปาร์ตี้ พร้อมให้ท่านได้ร่วมสนุกสนานกับขบวนพาเหรดโดยการปรบมือตามเสียงสั่นกระดิ่งของเหล่าผองเพื่อนดิสนีย์ สร้างเสริมบรรยากาศแห่งความสนุกให้รื่นเริงมากขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับ แล้วก็ในช่วงสุดท้ายของการแสดง คุณแล้วก็ผองเพื่อนดิสนีย์จะได้ร่วมกันฉลองช่วงคริสต์มาสอันแสนอบอุ่นหัวใจท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายทั่วเส้นทางพาเหรด

• ตำแหน่งที่พาเหรดหยุดเดินขบวนมี 2 ที่ ได้แก่ 1. รอบๆระหว่างเวสเทิร์นแลนด์และก็แฟนตาซีแลนด์ 2. พลาซ่า

• การแสดงพาเหรด ดิสนีย์คริสต์มาสสตอรี่ส์ ได้รับการช่วยสนับสนุนจาก J a p a n A i r l i ne s

นอกจากนั้น ในยามค่ำคืน โตเกียวดิสนีย์แลนด์จะแสดงภาพ แสงสว่าง สี รวมทั้งท่วงทำนองดนตรีเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ค่าเข้าชม

• ผู้ใหญ่ 7 , 4 0 0 เยน

• เด็ก (อายุ 1 2 – 1 7 ปี) 6 , 4 0 0 เยน

• เด็ก (อายุ 4 – 1 1 ปี) 4 , 8 0 0 เยน

• คนสูงอายุ ( 6 5 ปี ขึ้นไป) 6 , 7 0 0 เยน

เวลาเปิด-ปิด

• วันปกติ 9.00-22.00 น.

• วันเสาร์-อาทิตย์และก็วันหยุดราชการ 8.00-22.00 น.

การเดินทาง

• นั่งรถไฟสาย J R K e i y o L i n e ไปลงสถานี M a i h a m a

Cr. ufabet1688

สวนสนุกในประเทศญี่ปุ่นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน

สวนสนุกในประเทศญี่ปุ่นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน
สวนสนุกในประเทศญี่ปุ่นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน

สวนสนุกในประเทศญี่ปุ่นยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน

Universal Studio Japan สนุกกับเครื่องเล่นสุดมัน ในบรรยากาศอันน่าตื่นเต้นกับฉากจำลองจากภาพยนตร์ยอดนิยมของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ พิเศษสุดกับโลกแห่งเวทมนตร์จากภาพยนตร์มีชื่อเสียง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เดียวในเอเชีย พร้อมจองตั๋วล่วงหน้าได้ง่ายรวมทั้งสะดวกสุดๆ

ถ้าหากว่ามีนักท่องเที่ยวมีการวางแผนเดินทางที่จะท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เชื่อได้ว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากที่จัดให้สถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมในสถานที่เที่ยวที่จำเป็นต้องไปเยือนแน่ๆ เพราะอะไรนั้นพวกเราลองไปชมกันได้เลย

ส่วนมากแล้วนักเดินทางที่ไปโอซาก้าแล้วก็ฝั่งคันไซมักจะไม่พลาดการไปเยือนยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน (USJ) สวนสนุกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของภาพยนตร์ยอดฮิตระดับโลก พร้อมเครื่องเล่นเยอะมากที่เหมาะกับมาสนุกสนานกับเพื่อนและก็ครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซน Harry Potter ที่จะพาทุกคนเข้าไปสัมผัสกับโลกเวทมนตร์สุดตระการตา นอกจากนั้นยังมีโซนอื่นๆที่น่าดึงดูดไม่แพ้กัน ดังเช่น Jurassic Park, Minion รวมทั้งขบวนพาเหรดการ์ตูนตามที่ยิ่งใหญ่ในทุกๆวันอีกด้วย

Universal Studio Japan ตั้งอยู่ที่ไหน

นับได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญของการมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากว่าในทวีปเอเชียมีดินแดนของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ อยู่เพียงแต่ 2 ที่แค่นั้น หนึ่งในนั้นก็คือ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน ตั้งอยู่ที่เขตโคโนฮานะ จังหวัดโอซาก้า ญี่ปุ่น ที่นี่มีลักษณะเป็นธีมปาร์ค โดยได้รับแรงบัลดาลใจจากภาพยนตร์ต่างๆในเครือยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าดึงดูดจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องเล่นสุดสนุกสนานในธีมต่างๆแล้วก็ยังมีร้านขายของ ร้านอาหาร และที่พักให้บริการแบบครบวงจร กลายเป็นสถานที่เที่ยวได้รับความนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างต้องการมาสัมผัส

เพราะเหตุใดจะต้องมาเยือน

ถ้าหากพูดว่าเป็นสวนสนุก หลายๆคนก็อาจจะยังเฉยๆแต่ว่าถ้าเกิดพูดว่าเป็นธีมปาร์คที่มีธีมมาจากภาพยนตร์โด่งดังมากมายเรื่องของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ได้แก่ มินเนี่ยน, สไปเดอร์แมน, แฮร์รี่ พอตเตอร์ รวมทั้งจอว์ส ซึ่งบางโซนก็มีแค่เพียงที่เดียวในทวีปเอเชียแค่นั้น ก็อาจก่อให้ตาลุกวาวได้และไม่เพียงเท่านั้นเพราะว่ายังมีเครื่องเล่นมากมายแบบที่มาพร้อมทั้งเทคโนโลยีนำสมัย ทั้งยังรถไฟเหาะสุดเสียวแล้วก็เครื่องเล่นที่มากับเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย โดยจะแบ่งได้โซนต่างๆเช่น

– Hollywood ยกฮอลลีวูดจากนครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ พร้อมเครื่องเล่นรถไฟเหาะที่จะปลดปล่อยผู้เล่นลงมาจากความสูงถึง 43 เมตร

– Wonderland จินตนาการไปในโลกแห่งความฝันที่แสนหวานกับเหล่าการ์ตูนสุดน่ารัก

– New York ตะลุยนิวยอร์กกับสไปเดอร์แมน

– Minions Park โลกแห่งตัวป่วนสีเหลืองสุดแสบ

– San Francisco ประทับใจกับเมืองท่าริมหาดบรรยากาศคูลๆ

– Jurassic Park ฝ่ามิติกลับไปพบไดโนเสาร์ กับรถไฟเหาะของโลกอย่าง The Flying Dinosaur

– Amity Village ตื่นเต้นแล้วก็ลุ้นกับการพบฉลามตัวใหญ่ยักษ์จาก Jaws

– The Wizarding World of Harry Potter ท่องไปในโลกแห่งเวทมนตร์กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เดียวในเอเชีย

ดังนี้ในแต่ละโซนก็จะเต็มไปด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด อีกทั้งรถไฟเหาะ เครื่องเล่นสามมิติกับเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย การแสดงที่น่าดึงดูดมากมายที่หาดูได้ที่นี่เพียงแค่นั้น ทั้งยังยังมีร้านขายของ ร้านอาหารตามธีมของแต่ละโซนให้ได้ท่องเที่ยวชมกัน แล้วก็ถ้าต้องการดื่มด่ำกับโลกแห่งเวทมนตร์ให้เต็มที่ก็จะต้องลิ้มลองบัตเตอร์เบียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูร้อนที่จะมีแบบโฟรเซนจัดเสิร์ฟด้วย

ค่าเข้าชม : Studio Pass ผู้ใหญ่ 7,900 เยน , เด็ก 5,400 เยน ตอนนี้ยังมีตั๋ว Universal Express Pass หลากหลายชนิดที่ราคาแตกต่างไปตามระยะเวลาของปี และก็จำพวกเครื่องเล่นที่อยู่ในแพคเกจ

เวลาเปิด-ปิด : ราวๆ 09.00-21.00 น. โดยจะแตกต่างไปในทุกๆวัน

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Yumesaki Line ไปลงสถานี Universal City แล้วเดินไปอีกราวๆ 3 นาที

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET

เหตุผลที่ควรจะดูพยากรณ์สภาพอากาศเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น

เหตุผลที่ควรจะดูพยากรณ์สภาพอากาศเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น
เหตุผลที่ควรจะดูพยากรณ์สภาพอากาศเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น

เหตุผลที่ควรจะดูพยากรณ์สภาพอากาศเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น ในขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของอากาศ จะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในรายชั่วโมงของทุกวัน ก็เลยทำให้คนที่จะได้ไปเยือนที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจำเป็นต้องดูพยากรณ์สภาพอากาศนั่นเอง ด้วยเหตุนั้นพวกเราก็เลยมาชี้แนะเหตุผลที่ทำไมคนประเทศญี่ปุ่นถึงจะต้องดูพยากรณ์อากาศ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมจัดการกับลักษณะอากาศกันได้ถูก

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

การดูพยากรณ์สภาพอากาศเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น

การพกไอเทมปะทะกับอากาศนอกบ้าน

ถ้าหากเป็นเมืองไทยจะร้อน และร้อนจัด แต่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมี ฝน 5 นาที แดด 5 นาทีสลับกันไปๆมาๆอย่างนี้ตลอดวัน หรือบางวันก็จะมีละอองฝนตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็ตกแรงเป็นหย่อมๆเปียกเป็นช่วงทำให้การดูพยากรณ์สภาพอากาศนั้นสำคัญมาก ด้วยเหตุนั้นไอเทมที่สำคัญคือ ร่ม เสื้อกันลมหรือละออง เสื้อคลุมในวันที่อากาศเย็น รวมถึงรองเท้าที่แม้ต้องเดินตลอดวันก็จะไม่เปียกซึมถึงถุงเท้านั่นเอง บางวันตกครึ่งวันแดดครึ่งวัน ก็เพิ่มเครีมป้องกันแสงแดดเข้าไปด้วย

เปลี่ยนที่เที่ยวถ้าหากสภาพภูมิอากาศไม่เป็นใจ

สำหรับนักเดินทาง แผนท่องเที่ยวอาจจะสำคัญมาก แต่ว่าหากมาพบวันที่อากาศไม่ดีอาจจะอารมณ์เสียกันแน่ โดยเหตุนี้การดูพยากรณ์สภาพอากาศจะมีผลให้พวกเราจัดแนวทางท่องเที่ยวได้ดีมากขึ้นรวมทั้งจะได้เปลี่ยนแนวทางเมื่อมีอากาศไม่เหมาะสมกับสถานที่ที่ไป

การแต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ

นอกเหนือจากการที่จะมีไอเทมได้รับความนิยมสำหรับในการแต่งตัวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ยังจะต้องแต่งตัวให้เหมาะสมกับอากาศที่ในที่นั้นๆด้วย ไม่เช่นนั้นคงจะจะต้องดำรงชีวิตอย่างทรมานอย่างยิ่งจริงๆ พวกไอเทมพิเศษ เช่น รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ผ้าที่มีไว้พันคอ ถุงมือ หรืออากาศหนาวแค่ไหนควรสวมเสื้อทำความร้อน หรือร้อนแค่ไหนถึงควรใส่เนื้อผ้าแบบ dry หรือผ้าลินินที่เน้นการถ่ายเทอากาศได้ดี

ปกป้องตัวเองจากอาการป่วยเพราะอากาศ

เนื่องจากว่าถ้าเกิดแต่งตัวไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศหรือไม่ได้เตรียมพร้อมให้ดีแล้วล่ะก็บางทีก็อาจจะป่วยได้ไม่ยากเลย และก็ ยาจากประเทศไทยนั้น บางทีมาพบสภาพภูมิอากาศที่ต่างกันก็ทำให้พวกเราหายยากขึ้นอีกด้วย โดยเหตุนั้นการดูพยากรณ์สภาพอากาศประเทศญี่ปุ่นค่อนจะสำคัญมากๆร่างกายป่วยไข้ง่ายสุดๆและก็ยาก็แพง ค่ารักษาพยาบาลก็แพงอีกเช่นกัน

การคำนวนสภาพความหนาแน่นสำหรับการใช้รถไฟ

พยากรณ์อากาศจะช่วยพวกเราได้เป็นอย่างมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นเวลาฝนตกหรือเวลาหิมะตก เนื่องจากคนภายในสถานีรถไฟจะมากกว่าปกติ ตอนเวลาเร่งด่วนจะเยอะแยะกว่าธรรมดาเกือบจะเท่าตัว มีหลายเหตุผล เช่น รถไฟสายไปราว 5-10 นาทีคนภายในสถานีจะสะสมกระทั่งเต็มชานชาลา ยิ่งตอนลมพายุเข้า แผ่นดินไหว หรือหิมะตกบางทีก็อาจจะจำเป็นต้องอยู่บนรถไฟเป็นเวลายาวนานกว่าเดิม

หลบหลีกภัยต่างๆจากลักษณะอากาศ

ในระหว่างที่ท่องเที่ยวอยู่ก่อนที่จะออกมาจากบ้าน พวกเราจะไม่เคยรู้เลยว่าภายนอกคืออะไร เพราะเหตุว่าจะไม่มีเสียงเข้ามาได้ยินในบ้านเช่นกัน ทั้งยังมีแอร์อีกด้วย หากไม่มองพยากรณ์อากาศมาก่อนก็จะไม่ทราบว่าข้างนอกบ้านเป็นอย่างไร

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Cr. UFABET1688

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

แบรนด์ดังเครื่องแต่งหน้าญี่ปุ่น

แบรนด์ดังเครื่องแต่งหน้าญี่ปุ่น
แบรนด์ดังเครื่องแต่งหน้าญี่ปุ่น

แบรนด์ดังเครื่องแต่งหน้าญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังๆอย่าง S K – Ⅱ หรือแบรนด์ที่มีราคาสบายกระเป๋าอย่าง C a n m a k e ยอดเยี่ยมเครื่องใช้สำหรับผู้กำลังมองหาของที่ระลึกอย่างเช่นแบรนด์เครื่องแต่งหน้าต่างๆของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีร้านขายยาอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย แต่ว่าไม่เหมือนกับร้านขายยาธรรมดาก็คือ ร้านค้าพวกนี้นอกเหนือจากการที่จะมีผลิตภัณฑ์อย่างยาพาราแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์พวกเครื่องแต่งหน้า สินค้าเพื่อความสะอาด และก็กระดาษชำระวางขายอยู่อีกด้วย ยิ่งร้านค้ามีขนาดใหญ่มากแค่ไหน สินค้าด้านความสวยงามของทางร้านค้าก็จะมีให้เลือกมากยิ่งขึ้นเพียงแค่นั้น ถ้ามองแบรนด์เครื่องแต่งหน้าประเทศญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาดนี้ เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับเพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องแต่งหน้าของเหล่าวัยรุ่น หรือสายดูแลผิวพรรณกันได้เลย

1. C a n m a k e

Canmake เป็นแบรนด์ที่มีอยู่เกือบทุกที่และก็ยังมีราคาถูกอีกด้วย คุณสามารถซื้ออายแชโดว์ได้ในราคาเพียงแค่ 600 เยนแค่นั้น ! ด้านประสิทธิภาพก็เองก็นับว่าดีเกินราคา

2. D a i s o

Daiso เป็นร้านค้า 100 เยน ซึ่งมีความหมายว่าผลิตภัณฑ์ทุกสิ่งที่วางจำหน่ายอยู่ในร้านค้ามีราคา 100 เยน เครื่องแต่งหน้าของ Daiso โดยเฉพาะ Elfa Pearl in Eye Shadow นั้น ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเว็บรีวิวเครื่องแต่งตัวของประเทศญี่ปุ่น

3. C a n ★ D o

Can★Do ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในราคา 100 เยน ทั้งยังยังได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเว็บรีวิวเครื่องแต่งหน้าของประเทศญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน

4. C e z a n n e

Cezanne เป็นแบรนด์เครื่องแต่งหน้าที่พบเห็นได้ง่ายในร้านขายยา สินค้าของแบรนด์นี้จุดโฟกัสไปที่เครื่องแต่งหน้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพสูงรวมทั้งราคาไม่แพง

5. C o f f r e t D ‘ o r

Coffret D’or มีชื่อเสียงในฐานะเครื่องแต่งหน้าที่ศิลปินดังอย่าง ซาโตมิ อิชิฮาระ, มาซามิ นางาฮาระ, และก็ ฮิโรมิ นางาซากุ เลือกใช้ เป็นเครื่องแต่งหน้าที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

6. K A T E

KATE ไม่ใช่เครื่องแต่งหน้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันเสียทีเดียว แต่ว่าเป็นเครื่องแต่งหน้าที่เหมาะสมกับเวลาออกท่องเที่ยวในวันสุดสัปดาห์ หรือขณะที่คุณคิดอยากทดลองอะไรใหม่ๆขึ้นมา แน่นอนว่าสามารถใช้ในชีวิตประจำได้ถ้าคุณปรารถนา

7. M A J O L I C A M A J O R C A

Majolica Majorca เป็นแบรนด์ที่แค่เพียงแวะเข้าไปดูเว็บก็มีเรื่องมีราวให้บันเทิงใจแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีเรื่องมีราวราวเป็นของตนเอง ซึ่งมักมีธีมที่เกี่ยวข้องกับความสุขรวมทั้งแฟนตาซี ยิ่งกว่านั้นตัวผลิตภัณฑ์เองก็ยังมีราคาที่ไม่แพงอีกด้วย

8. H a d a L a b o

Hada Labo เป็นแบรนด์ของโทนเนอร์แล้วก็โลชั่นเสริมความสวย ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แบรนด์นี้มีชื่อเสียงก็คือ Goku-jun ตามที่มองเห็นอยู่ในทั่วๆไป

9. น้ำมันสึบากิของ O s h i m a T s u b a k i

แม้ว่าจะมีราคาสูงนิดหน่อย แต่ว่าก็รับประกันได้ว่าคุ้มอย่างแน่นอน น้ำมันสึบากิเป็นน้ำมันจากดอกคามิเลีย น้ำมันสึบากิของ Ooshima tsubaki นั้นทำจากดอกคามิเลีย 100% มีคุณภาพช่วยทำนุบำรุงผมเสียให้ชุ่มชื้นมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

10. M u j i r u s h i P r o d u c t s

เครื่องแต่งหน้าของ Mujirushi Products บางทีอาจมองไม่สะดุดตา แต่ว่าด้านความสามารถนั้นการันตีได้ว่าไม่ด้อยกว่าแบรนด์ใดอย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์ที่ขอแนะนำเป็นพิเศษคือสกินโทนเนอร์รวมทั้งน้ำมันโจโจบา

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก UFABET

ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ

ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ
ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ

ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ อย่างที่ได้รู้ ๆ กันอยู่ว่าตัวอักษรคันจินั้นมาจากรูปภาพ ก็คือการที่ได้นำภาพที่เห็นมาเขียนเป็นภาษา และทำให้เกิดความหมายขึ้นมา ซึ่งถ้าเป็นตัวอักษรคันจิง่าย นั้นเราอาจจะพอนึกภาพตามได้ แต่ถ้าเป็นตัวคันจิยาก ๆ หรืออาจจะมีตัวประกอบหลาย ๆ ส่วน จึงทำให้เราอดสงสัยไม่ได้เลยว่ามันคือภาพอะไร หรือมีความหมายว่าอย่างไร ซึ่งในบทความนี้เราจะพาผู้ที่สนใจไปดูความหมายที่น่าลึกซึ้งของคำว่า “助ける” (T a s u k e r u – ช่วยเหลือ) ในมุมมองของคนญี่ปุ่นกัน

เมื่อถึงระยะเวลาแห่งการทำที่นาปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ในแต่ก่อน ผู้คนในถิ่นฐานก็จะมาร่วมด้วยช่วยเหลือกัน กระทั่งนับว่าเป็นเครื่องหมายของวัฒนธรรมการปลูกข้าวเลยก็ว่าได้


ซึ่งตัวคันจิทางด้านซ้ายของคำว่า 助 (J y o) คือตัว 且 ( S h o) คันจิตัวนี้มีรูปร่างเสมือนเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ใช้ทำทำการเกษตร มีลักษณะเหมือนเสียมแต่ว่าใหญ่มากยิ่งกว่า มีใบมีดที่กว้างรวมทั้งที่จับเป็นไม้ ใช้ในลัษณะของการกระพรวนดินรวมทั้งตัดวัชพืชไปในตัว ส่วนทางด้านขวาคือ 力 (C h i k a r a) เป็นคันจิที่มีรูปร่างราวกับเครื่องมือการเกษตรที่ใช้ขุดดินขึ้นมารวมทั้งทำให้ดินกระจายตัว คำว่า “助ける” ซึ่งมีการใช้ตัวหนังสือที่หมายถึงอุปกรณ์ทั้งสองประเภทนี้ จึงได้แปลงเป็นคันจิที่หมายความว่า ใช้อุปกรณ์ “ช่วย” สำหรับในการทำเกษตร แม้กระนั้นต่อมา ไม่เพียงแค่สำหรับเพื่อการทำเกษตรกรรมเพียงแค่นั้น ยังเป็นการร่วมแรงร่วมใจสำหรับการ “ช่วย” ผู้คนอีกด้วย

ในอดีตกาล แนวทางการทำนาคือการรวมพลังของผู้คนในหมู่บ้าน ตั้งแต่การไถดิน, การขังน้ำ, การคราดหน้าดิน, การปลูกต้นอ่อน ไปจนถึงการปักดำ ขั้นตอนกลุ่มนี้เป็นการดำเนินงานที่มิได้มีผู้จะรับผิดชอบเพียงคนเดียว ผู้ที่ขอพรให้ผลผลิตเจริญงอกงามเก็บเกี่ยวได้ดิบได้ดี ผู้ที่ทำสงครามน้ำที่ริมน้ำจนกระทั่งช่วงกลางคืน ผู้ที่รอเตรียมการงานพิธีการเฉลิมฉลองหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าใครๆก็ล้วนมีความหมายทั้งหมด กระทั่งบรรดาเด็กๆที่จำต้องรอดูแลน้องตัวเล็กๆหรือเด็กทารกที่ร้องไห้เสียงดังเหมือนกับจะแสดงว่าถึงเวลาพักจากกระบวนการทำที่นา แต่ละคนต่างก็แสดงออกถึงพลังที่ต้องการจะช่วยเหลือเจือจุนกัน เนื่องจากธรรมชาติไม่เคยคอยใคร การร่วมด้วยช่วยเหลือกันก็เลยเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้งานนั้นๆสำเร็จได้เร็วขึ้น

คำว่า “助ける” มิได้แสดงว่าฝ่ายหนึ่งอยู่เฉยๆแล้วให้อีกข้างมาทำ แม้กระนั้นเป็นการลงแรงลงจิตใจช่วยเหลือกัน มนุษย์เราเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากอีกข้าง ในขณะเดียวกันอีกข้างก็จะช่วยเหลือพวกเราด้วยเหมือนกัน ราวกับเครื่องไม้เครื่องมือทั้งสองประเภทที่อยู่ในตัวคันจิ วิธีการทำเกษตรจึงควรใช้อุปกรณ์ทั้งสองประเภท จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปมิได้

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พวกเราทุกคนก็สามารถ “ช่วย” กันสร้างโลกที่ดีเลิศขึ้นมาได้ UFABET ด้วยรอยยิ้มที่จะช่วยเปิดใจ ด้วยคำกล่าวที่ช่วยละลายความโศกเศร้า แล้วก็ด้วยความอบอุ่นที่มอบให้แก่กัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น
รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น “ประเทศญี่ปุ่น” ดินแดนอาทิตย์อุทัย ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผู้คนมีระบบระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และก็ผลไม้สดหวาน ทำให้ใคร ๆ ต้องการที่จะไปสัมผัส ก่อนจะเดินทางไปต่างถิ่นอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที ในฐานะนักเดินทางก็ควรจะที่จะทราบ และก็ทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับที่ชาวญี่ปุ่นเขาทำกันด้วย จะได้ไม่ขายหน้าหรือสร้างความอับอายให้ตัวเอง ว่าแต่ว่าข้อบังคับที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากพลาด เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างนี้เลย

เรื่องที่จำเป็นต้องทราบก่อนที่จะได้เดินทางไปญี่ปุ่น

1.            ของหายแต่ได้กลับคืน คือเรื่องธรรมดา

สำหรับเรื่องความซื่อสัตย์ของคนประเทศญี่ปุ่น rabbit finance ขอบอกเลยว่า แน่นอนจริง ๆ เพราะว่าแม้กระทั่งคุณลืมของอะไรเอาไว้ หรือทำข้าวของสำคัญตกพื้นไป เชื่อไหมว่า เดินกลับมาอีกรอบของพวกนั้นก็ยังอยู่ แม้กระนั้นถ้าหากเดินกลับไปแล้วไม่เจอข้าวของของคุณ พวกเราขอบอกเลยว่าอย่าพึ่งจะตระหนกตกใจกันไป เพราะว่าตามท่าอากาศยาน หรือสถานีรถไฟที่ประเทศญี่ปุ่นเขามีแผนก Lost and Found อยู่ คนไหนกันของหายก็ไปตามได้ที่นั่นเลย

2.            ทิปอะไรไม่ต้องให้ บริการด้วยใจจริง

เมื่อได้ไปถึงประเทศญี่ปุ่น อย่างแรกที่คุณจะได้รับจากคนภายในประเทศนั้นเลยก็คือ Service Mind พบเจออย่างนี้เป็นใครก็ถูกใจ อยากให้ทิปกัน แม้กระนั้นอย่าพึ่งจะไปเผลอให้ทิปกับบุคลากรพวกนั้นเชียว เพราะว่าที่ประเทศญี่ปุ่นเขาไม่มีขนบธรรมเนียมการให้ทิปกัน เหตุเพราะบุคลากรให้บริการในประเทศประเทศญี่ปุ่นทุกคนเขาได้รับการฝึกอบรมให้บริการคนที่ใช้บริการด้วยความสมัครใจ ไม่หวังเงินรางวัลใดนั่นเอง

3.            ประเทศญี่ปุ่นไม่มีขนบธรรมเนียมประเพณีลุกให้นั่ง

การที่ญี่ปุ่นไม่มีประเพณีลุกให้นั่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลย เนื่องด้วยคนประเทศญี่ปุ่นเขาถูกสอนมาให้หลบหลีกการรบกวนคนอื่นหากไม่มีความจำเป็น โดยเหตุนั้นการไม่สละที่นั่งก็เลยไม่นับว่าเป็นเรื่องแล้งน้ำใจหรือไร้มรรยาท ทั้งในรถไฟของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการจัดที่นั่งพิเศษสำหรับคนวัยชรา หญิงมีท้อง และก็คนเจ็บอยู่แล้ว ซึ่งผู้โดยสารทั่ว ๆ ไปชอบไม่เลือกนั่งที่นั่งนี้ สำหรับในกรณีของเด็กนั้นยิ่งไม่จำเป็นที่ต้องสละที่นั่งเลย เพราะเหตุว่าคนประเทศญี่ปุ่นเขานับว่าวิธีการทำอย่างนี้ช่วยทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกหัดการช่วยเหลือตัวเอง

4.            ประตูรถแท็กซี่เปิด-ปิดอัตโนมัติ

เว้นแต่ญี่ปุ่นจะขึ้นเชื่อเรื่องผู้คนมีระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และก็ผลไม้สดหวานแล้ว ก็มีอยู่อีกอย่างหนึ่งนะที่ rabbit finance มิได้กล่าวถึง มันก็คือเรื่องเทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั่นเอง มาถึงดินแดนเทคโนโลยีสุดล้ำแล้วทั้งที จะมีหรอรถแท็กซี่ปกติ เพราะเหตุว่าประตูรถแท็กซี่ในประเทศประเทศญี่ปุ่นเขาสามารถเปิดปิดได้อัตโนมัติ ด้วยเหตุนั้นผู้ใดที่จะมาประเทศญี่ปุ่นแล้วลองใช้บริการรถแท็กซี่ของที่นี่เราขอบอกให้ท่านยืนห่างจากแท็กซี่หน่อย จะได้ไม่โดนประตูรถยนต์กระแทกตอนเปิดออก

5.            ต่อแถวให้เป็น ไปตรงไหนจะต้องทำได้

เมื่อคุณมาถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างแรกที่จะต้องฝึกหัดไว้ให้คุ้นชินเลยก็คือ การเข้าแถว ไม่ว่าคุณจะไปขึ้นลงรถไฟ ขึ้นลงรถโดยสารประจำทาง ซื้อของ เข้าห้องสุขา หรือทานอาหารก็ตามที ทุกเหตุการณ์ควรมีการเข้าแถวมาเกี่ยวเนื่องอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อคุณเดินทางไปถึงญี่ปุ่นรวมทั้งอย่าลืมเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามด้วยการเข้าแถวกันด้วย จะได้ไม่ต้องขายหน้าที่ประเทศญี่ปุ่นกัน

6.            งดใช้เสียงระหว่างใช้บริการขนส่งสาธารณะ

สำหรับข้อนี้ นับว่าเป็นกฎข้อตกลงทางด้านสังคมของคนประเทศญี่ปุ่นอันดับหนึ่งรองจากการเข้าแถวเลยก็ว่าได้ เพราะบางบุคคลเมื่อใช้บริการด้วยยานพาหนะสาธารณะอย่างรถไฟ รถเมล์แล้ว พวกเขาบางครั้งอาจจะต้องการพักผ่อนเฉยๆหรือใช้สมาธิเพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ

นอกเหนือจากการงดใช้เสียงบนยานพาหนะสาธารณะแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรที่จะทำบนนั้นเลยก็คือการแต่งหน้า เนื่องจากว่าชาวญี่ปุ่นเขานับว่ารถไฟไม่ใช่บ้าน หรือห้องสุขาที่จะแต่งหน้าเสริมสวยโดยไม่สนใจใครได้ ทราบแบบนี้แล้วหลังจากนั้นก็อย่าไปเผลอทำอะไรผิด ไม่สมควรบนยานพาหนะสาธารณะกันละ

7.            คันโตเดินชิดซ้าย คันไซเดินชิดขวา

เนื่องด้วยคนประเทศญี่ปุ่นนั้นมีชีวิตทุกวันที่รีบอยู่เสมอเวลา นำมาซึ่งวัฒนธรรมการยืนติดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อหลบให้กับคนที่ติดธุระด่วน ซึ่งข้อปฎิบัติการใช้บันไดแล้วก็บันไดเลื่อนนั้นสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้

แถบภูมิภาคคันโต

โดยแถบภูมิภาคคันโต อาทิเช่น เมืองโตเกียว กุนมะ อิบาระกิ ไซตามะ คานากาวะนั้น ระหว่างขึ้นลงบันไดหรือบันไดเลื่อน เพื่อนๆควรจะยืนชิดทางซ้าย แต่ว่าหากรีบก็ให้เดินขึ้นลงทางขวามือ

แถบภูมิภาคคันไซ

โดยแถบภูมิภาคคันไซ อาทิเช่น โอซาก้า เกียวโต นาระ U F A B E T จำเป็นจะต้องเปลี่บนมายืนชิดขวา รวมทั้งเดินขึ้นลงในช่องซ้ายมือกรณีรีบด่วน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ
ทะเลสาบคาวากูจิโกะ

ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) เป็นทะเลสาบที่สามารถเดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุดจากบรรดาทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ที่มีการเชื่อมต่อจากเมืองโตเกียวทางรถไฟและทางรสบัส เป็นพื้นที่บริเวณจากชายฝั่งทางทิศตะวันออกของทะเลสาบที่มีที่พักอีกด้วย และยังมีออนเซนที่สามารถดูเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามได้อีกเช่นกัน

มุมที่ดีที่สุดของภูเขาไฟฟูจินั้นก็คือ ชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระได้มีการเบ่งบานออก ในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในการชมดอกซากุระก็คือพิพิธภัณฑ์ Kawaguchiko Music Forest และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายนใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองสลับกัน

อย่างไรก็ตามยอดภูเขาไฟฟูจินั้นมักจะมีการถูกบดบังด้วยก้อนเมฆในช่วงกลางวันนั่นเอง ซึ่งสภาพอากาศจะปกติเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ดังนั้นหากได้มาเยี่ยมชมเวลาที่เหมาะสมที่สุดก็คือช่วงเช้าของทุก ๆ วันหรือก่อน 09.00 นาฬิกา และในช่วงบ่ายหรือเย็นนั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวรอบทะเลสาบ K a w a g u c h i k o มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

1. กระเช้าคาจิคาจิภูเขาเทนโจ (Kachi Kachi Ropeway)

ในระยะทาง 400 เมตร เชื่อมต่อชายฝั่งทางทิศตะวันออกของทะเลสาบคาวาเราจิโกะ กับดาดฟ้าดูทิวทัศน์ใกล้ยอดเทือกเขาเทนโจ(Mount Tenjo) สูงราวๆ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่มีทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบข้างล่างรวมกับภูเขาไฟฟูจิ

2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะคูโบตะอิตจิคุ (Kubota Itchiku Art Museum)

นำเสนอผลงานศิลป์ของ Kubota Itchiku ในปี 1917-2003 นักแสดงผู้ฟื้นฟูศิลป์การย้อมสีผ้าไหมสึจิกาฮานะ(Tsujigahana silk dyeing) นำเสนอกิโมโนที่ประดิษฐ์ โดยมีรูปภาพธรรมชาติ จักรวาล แล้วก็ฤดูต่างๆรวมทั้งผลงานชิ้นยอดเยี่ยมที่ยังไม่เสร็จ ชื่อว่า “Symphony of Light” เป็นกิโมโน 30 ชุดที่เรียงต่อกันเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิ

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Kawaguchiko (Kawaguchiko Museum of Art)

แสดงศิลป์ยุคใหม่ของคนญี่ปุ่นและก็ฝรั่ง รวมทั้งคอลเลกชั่นภาพวาด รูปที่เกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิ

4. พิพิธภัณฑ์ Kawaguchiko มิวสิคฟอร์เรส(Kawaguchiko Music Forest)

เป็นสวนสนุกขนาดเล็กแล้วก็พิพิธภัณฑสถานที่แสดงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอัตโนมัติ ซึ่งข้างในห้องโถงหลักมีกล่องเพลงโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ ออร์แกนขนาดใหญ่จากประเทศฝรั่งเศสในปี 1905 ที่จะเล่นเพลงดนตรีทุก ๆ 30 นาที และก็อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีอัตโนมัติอื่น ๆ ที่ส่วนมากนำเข้าจากประเทศในแถบยุโรป นอกเหนือจากนี้ห้องโถงยังเป็นเวทีแสดงการแสดงดนตรีสำหรับนักเล่นดนตรีคลาสสิคจากทั้งโลกอีกด้วย

5. พิพิธภัณฑ์อัญมณียามานาชิ(Yamanashi Gem Museum)

ด้านในนำเสนออัญมณี เพชรพลอย และคริสตัลควอทซ์ขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมได้จากในประเทศญี่ปุ่นและก็จากทั่วทั้งโลก แล้วก็ยังมีร้านขายเพชรพลอยและก็เครื่องเพชรพลอยอื่น ๆ อีกด้วย

6.หอสมุนไพร(Herb Hall)

เป็นร้านขายของ สวนสมุนไพร แล้วก็เรือนกระจกที่นักเดินทางสามารถเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด หรือซื้อสมุนไพร ชา และก็ดอกไม้แห้งไว้เป็นของฝากได้อีกด้วย ข้างหลังของหอพักสมุนไพรเป็นที่ตั้งของหอน้ำหอมที่ขายน้ำหอม น้ำมันหอมระเหย แล้วก็สบู่

ดังนั้นจึงเป็น 1 ในทะเลสาบฟูจิทั้งยัง 5 (F u j i g o k o) ซึ่งมีต้นเหตุจากการปะทุของภูเขาไฟ ในงานเขียนของ ฮะเสะงะวะ คะคุเงียว ที่เขียนขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้เอ่ยถึงทะเลสาบยามานากาโกะ(Y a m a n a k a k o) และก็ทะเลสาบ Kawaguchiko ว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีผู้ตัดสินชำระล้างจิตใจ แล้วก็ในหนังสือ “ซันจู อิจิ นิจิ โนะ โอะมะคิ” ที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1733 โดยจิคิกโยะ มิโระคุ (ผู้ก่อกำเนิดความเชื่อถือในภูเขาไฟฟูจิ ฟูจิโคะ) ก็ได้เอ๋ยถึงทะเลสาบอีกทั้ง 8 ที่ในฐานะเป็นสถานที่ในการเดินทางมาแสวงบุญ โดยมีทะเลสาบยามานากาโกะ(Y a m a n a k a k o) รวมทั้งทะเลสาบ (K a w a g u c h i k o) ที่อยู่ในทะเลสาบฟูจิอีกทั้ง 5 รวมอยู่ในทะเลสาบอีกทั้ง 8 แห่งที่ถูกเอ่ยถึงด้วย ทั้งยัง 2 ที่นี้ยังคงทิ้งร่องรอยของสถานที่ที่ประกอบพิธีบาปชำระล้างจิตใจอยู่

ทะเลสาบ K a w a g u c h i k o เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นชั้นที่ 2 และก็มีริมตลิ่งที่ยาวที่สุดของทะเลสาบฟูจิทั้งยัง 5 แล้วก็ยังเป็นทะเลสาบเพียงแต่ที่เดียวในบรรดาทะเลสาบฟูจิอีกทั้ง 5 ที่มีสะพานยื่นเข้าไปในทะเลสาบ g a v g a v k a ในแต่ละฤดูจะมีดอกไม้สวยบานบริเวณชายหาดสาบ Kawaguchiko ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็จะเต็มด้วยสีของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ตก นักเดินทางสามารถแลเห็นเกาะอุโนะชิมะ (Unoshima) ที่อยู่กึ่งกลางทะเลสาบ รวมทั้งในวันที่สายน้ำในทะเลสาบนิ่งรวมทั้งสงบ คุณก็จะเห็นภาพภูเขาไฟฟูจิ (Fuji) กระทบกับผิวน้ำ ในบรรดาทะเลสาบฟูจิทั้งยัง 5 ทะเลสาบ Kawaguchiko มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมมากที่สุด

สาเกและเหล้าญี่ปุ่น

สาเกและเหล้าญี่ปุ่น
สาเกและเหล้าญี่ปุ่น

สาเกและเหล้าญี่ปุ่น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มและชอบรสชาติของเแอลกอฮอลล์ ทางเว็บของเราขอแนะนำให้พวกคุณได้ลองลิ้มรสชาติของสาเกหรือเหล้าญี่ปุ่นสักครั้งในชีวิต ซึ่งสาเกนั้นเป็นเหล้าญี่ปุ่นที่ได้ผลิตจากข้าว ยีสต์ และน้ำ ที่มีระดับของแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 1 0 – 2 0 % การดื่มสาเกนั้นจะนิยมดื่มโดยมีอาหารญี่ปุ่นอยู่ด้วย เช่นซูชิและซาชิมิ มากินเพื่อเป็นกับแกล้มนั่นเอง ส่วนในการดื่มนั้นจะดื่มแบบร้อนหรือแบบเย็นได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและขึ้นอยู่ตาใจชอบของผู้ดื่ม ซึ่งถ้าหากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสได้ไปเยือนญี่ปุ่น เราแนะนำให้ไปลิ้มลองรสชาติของสาเกหรือเหล้าญี่ปุ่น รับลองว่าผู้ที่ชื่นชอบแอลกอฮอล์อยู่แล้ว จะติดใจจนต้องหิ้วกลับมาเป็นอย่างแน่

s a k e นั้นเป็นคำเรียกของคำว่า “สุรา” ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงเหล้าหลายชนิดใน ๆ ทั่วไป s a k e หมายถึงเหล้าที่ทำมาจากข้าว แต่ในบางท้องที่นั้นจะหมายถึงเหล้าที่มีการกลั่นมาจากมันสำปะหลังหรืออ้อยนั่นเอง หรือในบางครั้งอาจหมายถึงโชจูหรือรู้จักในนามของ วอดก้าญี่ปุ่น ซึ่งต้นกำเนิดของสาเกนั้นได้มีการกล่าวถึงหลายทฤษฎี ได้แก่ นำเข้าจากจากประเทศจีนสู่ประเทศญี่ปุ่น หรือมีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นเอง

S a k e เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา อาจดื่มคนเดียวหรือเพื่อการสังสรรค์เป็นกลุ่มก็ได้ เพราะสามารถดื่มได้พร้อมกับอาหารญี่ปุ่นหลาย ๆ อย่าง เพราะเข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่นั้นจะไม่แนะนำให้ดื่มกับอาหารจำพวกข้าวเป็นหลัก เช่น ซูชิ หรือโอนิกิริ เพราะจะทำให้สาเกเสียรสชาติ ซึ่งนิยมเสิร์ฟด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบร้อน และแบบเย็น

ประเภทของ สาเกและเหล้าญี่ปุ่น

  • จุนไม ( J U N M A I : P U R E R I C E)

เป็น Sake บริสุทธิ์ ที่ไม่ได้ผสมน้ำตาล หรือแอลกอฮอล์เพิ่มเติม มีรสชาติที่เข้มข้น กลิ่มไม่ฉุนมากนัก คนญี่ปุ่นจึงนิยมเสิร์ฟแบบร้อนอุณหภูมิประมาณ 38°C เพราะทำให้ดื่มง่ายมากขึ้น

  • ฮอนโจโซ (H O N J O Z O : G E N U I N E B R E W)

เป็น S a k e ที่มีการผสมแอลกอฮอล์เพิ่มเติม จึงทำให้มีรสชาติที่นุ่มละมุน และมีรสสัมผัสดีมากกว่าจุนไม ในการเสิร์ฟนั้น ควรเสิร์ฟในอุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 2 5 °C หรือแค่พออุ่น ๆ เพราะอุณหภูมิในการดื่มนั้นจะส่งผลต่อรสชาติที่ดี

  • กินโจ (G I N J O : S P E C I A L B R E W)

เป็น Sake ที่ผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นได้ทำการบดและขัดเม็ดข้าวมากขึ้นมีการเพิ่มยีสต์และนำไปหมักในอุณหภูมิที่ต่ำลง โดยมีการใช้เทคนิคพิเศษ ดังนั้นกินโจจึงเป็น S a k e ที่มีรสชาติที่โดดเด่นที่สุด มีความหวานเล็กน้อย นุ่มละมุน ซึ่งในการเสิร์ฟส่วนใหญ่นั้น จะเสิร์ฟเย็นแต่ไม่เย็นมาก ไม่ควรต่ำกว่า 1 0 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้เสียรสชาติได้

  • ไดกินโจ (D A I G I N J O : V E R Y S P E C I A L B R E W)

เป็น S a k e ที่ขัดกรองเม็ดข้าวออกมากกว่าประเภทอื่น ๆ ถึง 5 0 – 6 5 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้มีรสชาติและรสสัมผัสที่เข้มข้นกว่า เหมาะกับการเสิร์ฟเย็นเท่านั้น

ทั้ง 4 ประเภทนั้น นอกจากจะมีรสชาติและกระบวนการการผลิตที่แตกต่างกันแล้ว ในการเสิร์ฟนั้นก็ยังต่างกันอีกด้วย

Sake เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีกรรมวิธีทำมาจากข้าวหมัก มีชื่อเรียกว่า “ไวน์ข้าว” ในการผลิตจะมีการกลั่นเหมือนกระบวนการผลิตเบียร์หรือเหล้า UFABET ในส่วนใหญ่ Sake จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 18% – 20% และจะเหลือแค่ 15% เมื่อได้บรรจุลงขวดนั่นเอง