วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น
วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น กระบวนการการคำนับในประเทศญี่ปุ่น บางทีอาจใช้เป็นคำพูดทักทายการเสนอแนะ การแสดงความเคารพนับถือหรือการขอโทษ ในแบบอย่างๆของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายแบบและก็หลายกริยาที่คุณควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าไว้ก่อนการมาเยือนในประเทศญี่ปุ่นในตอนพักร้อนอันสวยสดงดงามของคุณเอง

แนวทาง วิธีการคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น สำหรับในการประพฤติตามประเพณีที่ถูกต้อง

1. การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการทักทาย

คือเรื่องธรรดาที่จะโค้งศีรษะรวมทั้งไหล่เล็กน้อยราว ๆ 1 0 องศา เพื่อเป็นการทักเพื่อนพ้อง ท่าทีคล้ายกันสามารถใช้สำหรับการกล่าวลา ในโอกาสที่เป็นทางการเป็นอย่างมากพวกเราก็นิยมใช้การคำนับอย่างนี้เพื่อเกียรติกับฝ่ายที่คุณโค้งให้

2. การเสนอแนะ

สำหรับการเปิดตัวทั้งยังแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการโค้ง 3 0 องศา เฉพาะส่วนบนของร่างกายคุณ ก็จะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกัน สิ่งจำเป็นคือจำเป็นต้องให้ศีรษะรวมทั้งไหล่ของคุณตรงและก็มืออยู่ข้าง ๆ ลำตัว

ภายหลังจากทำแลกเปลี่ยน meishi แล้วให้โค้งค้างไว้โดยประมาณ 1 วินาที ไม่สมควรที่จะจะต้องสัมผัสสายตาระหว่างโน้มลงไป (ตามความเป็นจริงถือได้ว่าแบบที่ไม่ดี) เว้นระยะนิดหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงศีรษะชนกัน ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้

หากผู้ที่คุณกำลังสัมมนาอยู่มีความสำคัญมาก ๆ การเคารพต้องเป็นแบบ 4 5 องศา ห้ามเคารพแล้วก็ประสานมือในขณะเดียวกัน โอบามาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในการเคารพที่ไม่ถูกของเค้าเมื่อมาเยี่ยมประเทศญี่ปุ่นครั้งยังครองตำแหน่งผู้นำสหรัฐ อย่างไรก็แล้วแต่นี่เป็นจุดบกพร่องทั่ว ๆ ไปที่มิได้มีนัยสำคัญอะไร

3. เคานับ นับถือจงรักภักดี

การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เป็นการแสดงออกของความนอบน้อม มันแสดงถึงความยำเกรงเสมอ ในนารา กวางได้แปลงเป็นที่รู้จักดีสำหรับการเคารพของคนประเทศญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในรอบๆนั้น

4. เวลาเล่นแข่งกีฬา

การโค้งคำนับอีกอันหนึ่งเป็นการโค้งคำนับระหว่างศัตรูก่อนจะมีการชิงชัยกีฬา นี่ชอบเป็นถวายคำนับแบบตื้นๆแต่ว่ามากกว่าการทักนิดหนึ่งที่ 2 0 องศา

5. การโค้งคำนับในพิธีทางศาสนา

นอกเหนือจากนั้นยังคือเรื่องปกติที่จะนมัสการพระผู้เป็นเจ้าที่ศาลเจ้าศาสนาชินโต นี่ชอบเป็นโค้งแบบตื้นๆของร่างกายส่วนบน พิธีการศาสนาชินโตมักโค้งในท่าคุกเข่าแต่ว่าเป็นโค้งตื้นๆ

6. การโค้งคำนับในศิลป์การต่อสู้

ศิลป์การต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะของการก้มลง ความนับถือที่ยิ่งใหญ่ให้กับคุณครู ของนักสู้เอง เป็นเรื่องสำคัญที่จะแสดงความเคารพนับถือต่อคู่แข่งของเค้า

7. ถวายคำนับให้กับลูกค้า

ในประเทศประเทศญี่ปุ่นลูกค้านับได้ว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้า คือเรื่องธรรดาที่บุคลากรจะโค้งให้ลูกค้า นี่เป็นส่วนโค้งของลำตัวส่วนบนราว 2 0 องศา

8. การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการขอบคุณ

ในงานสมรสของประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติที่เจ้าสาวจะพูดจาอารมณ์กับบิดามารดาของเธอ – ขอบพระคุณทุกคนที่เกื้อหนุน

9. คำนับมือแสดงจบ

เหมือนกันกับในตะวันตกเป็นเรื่องปกติที่ดาราจึงควรก้มสำหรับการตอบสนองต่อเสียงตบมือ นี้มักจะเป็นการคำนับแบบตื้น แต่ว่าสำหรับเกอิชาจึงควรคำนับแบบลึกๆ

10. ขออภัยเล็กน้อย

ขออภัยบางส่วนเกี่ยวเนื่องกับการคำนับเพียงแค่ 1 0 องศา ความประพฤติปฏิบัตินี้สามารถใช้ได้ ถ้าหากคุณชนคนที่ไม่รู้จักหรือกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความขัดข้องบางส่วนให้กับผู้อื่นดังเช่น หากมีคนกดประตูลิฟต์รอคุณ คุณก็ควรจะบอกว่า s u m i m a s e n (ฉันขออภัย) แล้วคำนับแบบตื้น 1 0 องศานั่นเอง

11. ขออภัยบ่อย ๆ

เช่น ถ้าหากนายจ้างของคุณเรียกไปอบรมตักเตือน การคำนับที่ถูก คือ โน้มลำตัวส่วนบนลงมา 4 5 องศารวมทั้งมืออยู่ข้างๆแนบลำตัว กดค้างไว้ 5 วินาที แล้วกล่าวว่า “s u m i m a s e n d e s h i t a” (ฉันขออภัยสำหรับสิ่งที่ฉันทำผิดพลาดไป)

12. ขออภัยอย่างเป็นจริงเป็นจัง

เช่น เมื่อบริษัทของคุณจะออกผลิตภัณฑ์ที่มีจุดอ่อน สำหรับในการแถลงข่าวคุณอาจขออภัยด้วยการโค้งยาวๆ 45 องศาของร่างกายส่วนบน บางทีอาจถือว่าเป็นเหมาะสมกับการวางตำแหน่งถวายคำนับเป็นเวลา 15 หรือ 20 วินาที แล้วพูกว่า “m o u s h i w a k e g o z a i m a s e n d e s h i t a” (ฉันเศร้าใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ฉันทำ)

13.ขออภัยด้วยความตกใจ

เช่น หากคุณเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วก็คุณจำเป็นต้องชงกาแฟร้อนทั่วทั้งยังลูกค้า คุณอาจจำเป็นต้องคำ 45 องศาซ้ำไปซ้ำมา เพื่อบอกว่าคุณเสียใจแค่ไหน แล้วกล่าวว่า “moushiwake gozaimasen” (ฉันเสียใจมาก)

14. ขออภัยอย่างร้ายแรง

เช่น หากคุณก่อคดีรุนแรงรวมทั้งขอโทษคนที่กลายเป็นเหยื่อ คุณจะถวายคำนับจากท่านั่งยอตัว แล้วบอกว่า “makoto ni moushiwake gozaimasen deshita” (ฉันขอโทษอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่ฉันทำ)

นอกเหนือจากการคำนับที่เจาะจงไว้ข้างต้นแล้วยังมีแบบอ่อนน้อมอยู่หลายต้นแบบอีกด้วย แล้วเราจะนำมาให้ผู้อ่านได้อ่านอีกแน่นอน

ขอขอบคุณบทความจาก U F A B E T