ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ

ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ
ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ

ความเป็นมาและความหมายของตัวอักษรคันจิ อย่างที่ได้รู้ ๆ กันอยู่ว่าตัวอักษรคันจินั้นมาจากรูปภาพ ก็คือการที่ได้นำภาพที่เห็นมาเขียนเป็นภาษา และทำให้เกิดความหมายขึ้นมา ซึ่งถ้าเป็นตัวอักษรคันจิง่าย นั้นเราอาจจะพอนึกภาพตามได้ แต่ถ้าเป็นตัวคันจิยาก ๆ หรืออาจจะมีตัวประกอบหลาย ๆ ส่วน จึงทำให้เราอดสงสัยไม่ได้เลยว่ามันคือภาพอะไร หรือมีความหมายว่าอย่างไร ซึ่งในบทความนี้เราจะพาผู้ที่สนใจไปดูความหมายที่น่าลึกซึ้งของคำว่า “助ける” (T a s u k e r u – ช่วยเหลือ) ในมุมมองของคนญี่ปุ่นกัน

เมื่อถึงระยะเวลาแห่งการทำที่นาปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ในแต่ก่อน ผู้คนในถิ่นฐานก็จะมาร่วมด้วยช่วยเหลือกัน กระทั่งนับว่าเป็นเครื่องหมายของวัฒนธรรมการปลูกข้าวเลยก็ว่าได้


ซึ่งตัวคันจิทางด้านซ้ายของคำว่า 助 (J y o) คือตัว 且 ( S h o) คันจิตัวนี้มีรูปร่างเสมือนเครื่องมือประเภทหนึ่งที่ใช้ทำทำการเกษตร มีลักษณะเหมือนเสียมแต่ว่าใหญ่มากยิ่งกว่า มีใบมีดที่กว้างรวมทั้งที่จับเป็นไม้ ใช้ในลัษณะของการกระพรวนดินรวมทั้งตัดวัชพืชไปในตัว ส่วนทางด้านขวาคือ 力 (C h i k a r a) เป็นคันจิที่มีรูปร่างราวกับเครื่องมือการเกษตรที่ใช้ขุดดินขึ้นมารวมทั้งทำให้ดินกระจายตัว คำว่า “助ける” ซึ่งมีการใช้ตัวหนังสือที่หมายถึงอุปกรณ์ทั้งสองประเภทนี้ จึงได้แปลงเป็นคันจิที่หมายความว่า ใช้อุปกรณ์ “ช่วย” สำหรับในการทำเกษตร แม้กระนั้นต่อมา ไม่เพียงแค่สำหรับเพื่อการทำเกษตรกรรมเพียงแค่นั้น ยังเป็นการร่วมแรงร่วมใจสำหรับการ “ช่วย” ผู้คนอีกด้วย

ในอดีตกาล แนวทางการทำนาคือการรวมพลังของผู้คนในหมู่บ้าน ตั้งแต่การไถดิน, การขังน้ำ, การคราดหน้าดิน, การปลูกต้นอ่อน ไปจนถึงการปักดำ ขั้นตอนกลุ่มนี้เป็นการดำเนินงานที่มิได้มีผู้จะรับผิดชอบเพียงคนเดียว ผู้ที่ขอพรให้ผลผลิตเจริญงอกงามเก็บเกี่ยวได้ดิบได้ดี ผู้ที่ทำสงครามน้ำที่ริมน้ำจนกระทั่งช่วงกลางคืน ผู้ที่รอเตรียมการงานพิธีการเฉลิมฉลองหลังการเก็บเกี่ยว ไม่ว่าใครๆก็ล้วนมีความหมายทั้งหมด กระทั่งบรรดาเด็กๆที่จำต้องรอดูแลน้องตัวเล็กๆหรือเด็กทารกที่ร้องไห้เสียงดังเหมือนกับจะแสดงว่าถึงเวลาพักจากกระบวนการทำที่นา แต่ละคนต่างก็แสดงออกถึงพลังที่ต้องการจะช่วยเหลือเจือจุนกัน เนื่องจากธรรมชาติไม่เคยคอยใคร การร่วมด้วยช่วยเหลือกันก็เลยเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้งานนั้นๆสำเร็จได้เร็วขึ้น

คำว่า “助ける” มิได้แสดงว่าฝ่ายหนึ่งอยู่เฉยๆแล้วให้อีกข้างมาทำ แม้กระนั้นเป็นการลงแรงลงจิตใจช่วยเหลือกัน มนุษย์เราเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากอีกข้าง ในขณะเดียวกันอีกข้างก็จะช่วยเหลือพวกเราด้วยเหมือนกัน ราวกับเครื่องไม้เครื่องมือทั้งสองประเภทที่อยู่ในตัวคันจิ วิธีการทำเกษตรจึงควรใช้อุปกรณ์ทั้งสองประเภท จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปมิได้

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

พวกเราทุกคนก็สามารถ “ช่วย” กันสร้างโลกที่ดีเลิศขึ้นมาได้ UFABET ด้วยรอยยิ้มที่จะช่วยเปิดใจ ด้วยคำกล่าวที่ช่วยละลายความโศกเศร้า แล้วก็ด้วยความอบอุ่นที่มอบให้แก่กัน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

สุนัขสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและต่างชาติ

สุนัขสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและต่างชาติ
สุนัขสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและต่างชาติ

สุนัขสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและต่างชาติ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชื่อในเรื่องความเคารพนับถือต่อสัตว์รวมทั้งสุนัขก็ไม่มีข้อยกเว้น เรื่องราวความภักดีแล้วก็ความเด็ดเดี่ยวที่ยอดเยี่ยมของหลายสายพันธุ์พื้นบ้านในประเทศญี่ปุ่น ได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สมบัติประจำชาติรวมทั้ง สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น ที่นิยมไปแล้ว

สุนัขพันธุ์ญี่ปุ่นบางจำพวกตัวอย่างเช่น A k i t a และก็ S h i b a I n u ได้เติบโตขึ้นทั่วโลกและก็สามารถพบเจอได้ง่ายผ่านพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในประเทศอเมริกาอย่างไรก็ตามโดยมากหาได้ยากรวมทั้งเจอเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเพียงแค่นั้น

การส่งออกเป็นไปได้ แต่ว่ามีราคาแพงแล้วก็หายาก หนึ่งสายพันธุ์ S a k h a l i n H u s k y สุนัขเลื่อนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า K a r a f u t o K e n แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ข้อเท็จจริงของสุนัขสองสายพันธ์ เช่น K a r a f u t o s T a r o และก็ J i r o ที่มีชีวิตรอดมาได้เพียงลำพังในแอนตาร์กติกเป็นเวลาหนึ่งปีเป็นภาพยนต์ดิสนีย์เรื่อง “E i g h t B e l o w” ในปี 2 0 0 6

สุนัขสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและต่างชาติ ที่เอามาให้รู้จักกัน

  • Akita

หนึ่งใน สุนัขสายพันธ์ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มีชื่อเสียงกันดีที่สุดเป็น Akita เชื่อถือจากความซื่อสัตย์ของมัน Akitas เป็นสายพันธ์ที่มาจากทางภาคเหนือของประเทศนับว่าเป็นทรัพย์สินแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่นอย่างยิ่งจริงๆ

Akita ตัวแรกที่ได้มีการมอบให้กับชาวต่างประเทศ (สหรัฐฯ) เป็นสุนัขชื่อ Kamikaze-go มอบให้กับเฮเลน เคลเลอร์ (Helen Keller) ผู้เขียนแล้วก็นักมนุษยธรรมชาวอเมริกันเป็นของขวัญภายหลังที่เธอมาประเทศญี่ปุ่นในปี 1937

สายพันธุ์นี้น่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้กับเจ้าสุนัขชิบะเลย มีความคล้ายกันแต่ว่าแตกต่างกันด้วย เอกลักษณ์ของจำพวกนี้เป็นมีสีขาวแล้วก็น้ำตาลอ่อน นิสัยมีความซื่อตรงรวมทั้งภักดีต่อเจ้าของอย่างมาก จะมองเห็นได้ว่ามีอนุศรรูปปั้นของสุนัขประเภทนี้อยู่ เจ้าสุนัขที่ดังไปทั่วโลกอย่าง “ฮาจิโกะ” ที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ที่ชิบูย่านั่นเอง

  • Shiba Inu

Shiba Inus เป็นสายพันธุ์ขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกับ Akitas นับได้ว่าเป็นหนึ่งใน สุนัขสายพันธ์ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็เป็นสายพันธุ์สุนัขที่ดั้งเดิมที่สุดในโลก เดิมทีถูกเลี้ยงขึ้นเพื่อล่าสัตว์ สุนัขพวกนี้เป็นสุนัขที่อยู่อย่างอิสระและก็แข็งแกร่งแล้วก็ต้องการการฝึกอบรมที่ดี เสียงกรีดร้องเหมือนเช่นเคยที่พวกเขาทำเรียกว่า Shiba scream

  • Shikoku Inu

ชื่อที่ตั้งตามสถานที่ที่มาจากสุนัขกลุ่มนี้ มาจากพื้นที่ที่เป็นเทือกเขาของเกาะชิโกะกุ อีกสายพันธ์ที่นิยม Shikoku Inu เป็นสุนัขขนาดกลางที่มีหูที่เต็มไปด้วยหนามรวมทั้งหางโค้ง Shikokus มีความเฉลียวฉลาดรวมทั้งมีอิสรภาพอย่างไม่น่าเชื่อ นี่ทำให้มันยากที่จะฝึกอบรม สุนัขพันธ์นี้หายากมาก แม้กระทั้งในประเทศประเทศญี่ปุ่น

  • Kai Ken

Kai Ken เดิมเป็นหมาป่าจากจังหวัด Kai บนเกาะ Honshu สายพันธุ์นี้มิได้ถูกประยุกต์ใช้ในสหรัฐฯจนกระทั่งปี 1990 น้อยกว่าพันธุ์อื่นๆในประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้เป็นอันตราย

Kai เป็นเพื่อนที่ซื่อตรง Kai Ken มีแบบอย่างที่ต่างกันออกไป รูปแบบของสุนัขคาอิเคนจะมีอยู่ร่วมกัน 2 ลักษณะเป็น ชิกะงาตะ ที่ขาทั้งยัง 4 ข้างเรียวยาว กับ อิโนชิชิงาตะ ที่ขาจะดูป้อมๆซึ่งคาอิเคน ส่วนมากในตอนนี้เกือบจะเป็นแบบชิกะงาตะแทบทั้งหมด และก็สุนัขประเภทนี้ยังมีชื่อเล่นว่า สุนัขลายเสือเนื่องมาจากเป็นประเภทที่มีขนลายเสือขึ้นจนมองเห็นแน่ชัด

ยิ่งไปกว่านี้ มีความดุดัน คล่องแคล่ว รวดเร็วตามรูปแบบของสายเลือดนักล่า และก็ออกจะดุกับคนแปลกหน้า

  • Japanese Terrier

เป็นชนิดที่หายากเป็นเทอร์เรียคนประเทศญี่ปุ่น เป็นลูกหลานของสุนัขจิ้งจอกที่มีขนยาว ซึ่งถูกนำตัวมายังจากเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 1 7 สุนัขพันธ์นี้ได้รับการผสมพันธ์กับสุนัขประเทศญี่ปุ่นท้องถิ่นนำมาซึ่งการทำให้มี l a p d o g ขนาดเล็กที่มีขนสั้นเรียกว่าเทอร์เรียประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งลักษณะประจำสายพันธ์เทอร์เรีย ซึ่งเป็นที่พึงพอใจสูงที่สุดเนื่องจากว่ามันสนุกสนานรวมทั้งมีพลัง U F A B E T ร่าเริงตลอดระยะเวลา

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น
รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น

รอบรู้เรื่องในประเทศญี่ปุ่น “ประเทศญี่ปุ่น” ดินแดนอาทิตย์อุทัย ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผู้คนมีระบบระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และก็ผลไม้สดหวาน ทำให้ใคร ๆ ต้องการที่จะไปสัมผัส ก่อนจะเดินทางไปต่างถิ่นอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที ในฐานะนักเดินทางก็ควรจะที่จะทราบ และก็ทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับที่ชาวญี่ปุ่นเขาทำกันด้วย จะได้ไม่ขายหน้าหรือสร้างความอับอายให้ตัวเอง ว่าแต่ว่าข้อบังคับที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ถ้าไม่อยากพลาด เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างนี้เลย

เรื่องที่จำเป็นต้องทราบก่อนที่จะได้เดินทางไปญี่ปุ่น

1.            ของหายแต่ได้กลับคืน คือเรื่องธรรมดา

สำหรับเรื่องความซื่อสัตย์ของคนประเทศญี่ปุ่น rabbit finance ขอบอกเลยว่า แน่นอนจริง ๆ เพราะว่าแม้กระทั่งคุณลืมของอะไรเอาไว้ หรือทำข้าวของสำคัญตกพื้นไป เชื่อไหมว่า เดินกลับมาอีกรอบของพวกนั้นก็ยังอยู่ แม้กระนั้นถ้าหากเดินกลับไปแล้วไม่เจอข้าวของของคุณ พวกเราขอบอกเลยว่าอย่าพึ่งจะตระหนกตกใจกันไป เพราะว่าตามท่าอากาศยาน หรือสถานีรถไฟที่ประเทศญี่ปุ่นเขามีแผนก Lost and Found อยู่ คนไหนกันของหายก็ไปตามได้ที่นั่นเลย

2.            ทิปอะไรไม่ต้องให้ บริการด้วยใจจริง

เมื่อได้ไปถึงประเทศญี่ปุ่น อย่างแรกที่คุณจะได้รับจากคนภายในประเทศนั้นเลยก็คือ Service Mind พบเจออย่างนี้เป็นใครก็ถูกใจ อยากให้ทิปกัน แม้กระนั้นอย่าพึ่งจะไปเผลอให้ทิปกับบุคลากรพวกนั้นเชียว เพราะว่าที่ประเทศญี่ปุ่นเขาไม่มีขนบธรรมเนียมการให้ทิปกัน เหตุเพราะบุคลากรให้บริการในประเทศประเทศญี่ปุ่นทุกคนเขาได้รับการฝึกอบรมให้บริการคนที่ใช้บริการด้วยความสมัครใจ ไม่หวังเงินรางวัลใดนั่นเอง

3.            ประเทศญี่ปุ่นไม่มีขนบธรรมเนียมประเพณีลุกให้นั่ง

การที่ญี่ปุ่นไม่มีประเพณีลุกให้นั่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลย เนื่องด้วยคนประเทศญี่ปุ่นเขาถูกสอนมาให้หลบหลีกการรบกวนคนอื่นหากไม่มีความจำเป็น โดยเหตุนั้นการไม่สละที่นั่งก็เลยไม่นับว่าเป็นเรื่องแล้งน้ำใจหรือไร้มรรยาท ทั้งในรถไฟของประเทศญี่ปุ่นเองก็มีการจัดที่นั่งพิเศษสำหรับคนวัยชรา หญิงมีท้อง และก็คนเจ็บอยู่แล้ว ซึ่งผู้โดยสารทั่ว ๆ ไปชอบไม่เลือกนั่งที่นั่งนี้ สำหรับในกรณีของเด็กนั้นยิ่งไม่จำเป็นที่ต้องสละที่นั่งเลย เพราะเหตุว่าคนประเทศญี่ปุ่นเขานับว่าวิธีการทำอย่างนี้ช่วยทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกหัดการช่วยเหลือตัวเอง

4.            ประตูรถแท็กซี่เปิด-ปิดอัตโนมัติ

เว้นแต่ญี่ปุ่นจะขึ้นเชื่อเรื่องผู้คนมีระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และก็ผลไม้สดหวานแล้ว ก็มีอยู่อีกอย่างหนึ่งนะที่ rabbit finance มิได้กล่าวถึง มันก็คือเรื่องเทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั่นเอง มาถึงดินแดนเทคโนโลยีสุดล้ำแล้วทั้งที จะมีหรอรถแท็กซี่ปกติ เพราะเหตุว่าประตูรถแท็กซี่ในประเทศประเทศญี่ปุ่นเขาสามารถเปิดปิดได้อัตโนมัติ ด้วยเหตุนั้นผู้ใดที่จะมาประเทศญี่ปุ่นแล้วลองใช้บริการรถแท็กซี่ของที่นี่เราขอบอกให้ท่านยืนห่างจากแท็กซี่หน่อย จะได้ไม่โดนประตูรถยนต์กระแทกตอนเปิดออก

5.            ต่อแถวให้เป็น ไปตรงไหนจะต้องทำได้

เมื่อคุณมาถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างแรกที่จะต้องฝึกหัดไว้ให้คุ้นชินเลยก็คือ การเข้าแถว ไม่ว่าคุณจะไปขึ้นลงรถไฟ ขึ้นลงรถโดยสารประจำทาง ซื้อของ เข้าห้องสุขา หรือทานอาหารก็ตามที ทุกเหตุการณ์ควรมีการเข้าแถวมาเกี่ยวเนื่องอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อคุณเดินทางไปถึงญี่ปุ่นรวมทั้งอย่าลืมเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามด้วยการเข้าแถวกันด้วย จะได้ไม่ต้องขายหน้าที่ประเทศญี่ปุ่นกัน

6.            งดใช้เสียงระหว่างใช้บริการขนส่งสาธารณะ

สำหรับข้อนี้ นับว่าเป็นกฎข้อตกลงทางด้านสังคมของคนประเทศญี่ปุ่นอันดับหนึ่งรองจากการเข้าแถวเลยก็ว่าได้ เพราะบางบุคคลเมื่อใช้บริการด้วยยานพาหนะสาธารณะอย่างรถไฟ รถเมล์แล้ว พวกเขาบางครั้งอาจจะต้องการพักผ่อนเฉยๆหรือใช้สมาธิเพื่อทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ

นอกเหนือจากการงดใช้เสียงบนยานพาหนะสาธารณะแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรที่จะทำบนนั้นเลยก็คือการแต่งหน้า เนื่องจากว่าชาวญี่ปุ่นเขานับว่ารถไฟไม่ใช่บ้าน หรือห้องสุขาที่จะแต่งหน้าเสริมสวยโดยไม่สนใจใครได้ ทราบแบบนี้แล้วหลังจากนั้นก็อย่าไปเผลอทำอะไรผิด ไม่สมควรบนยานพาหนะสาธารณะกันละ

7.            คันโตเดินชิดซ้าย คันไซเดินชิดขวา

เนื่องด้วยคนประเทศญี่ปุ่นนั้นมีชีวิตทุกวันที่รีบอยู่เสมอเวลา นำมาซึ่งวัฒนธรรมการยืนติดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อหลบให้กับคนที่ติดธุระด่วน ซึ่งข้อปฎิบัติการใช้บันไดแล้วก็บันไดเลื่อนนั้นสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้

แถบภูมิภาคคันโต

โดยแถบภูมิภาคคันโต อาทิเช่น เมืองโตเกียว กุนมะ อิบาระกิ ไซตามะ คานากาวะนั้น ระหว่างขึ้นลงบันไดหรือบันไดเลื่อน เพื่อนๆควรจะยืนชิดทางซ้าย แต่ว่าหากรีบก็ให้เดินขึ้นลงทางขวามือ

แถบภูมิภาคคันไซ

โดยแถบภูมิภาคคันไซ อาทิเช่น โอซาก้า เกียวโต นาระ U F A B E T จำเป็นจะต้องเปลี่บนมายืนชิดขวา รวมทั้งเดินขึ้นลงในช่องซ้ายมือกรณีรีบด่วน

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น
วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการคำนับในประเทศญี่ปุ่น กระบวนการการคำนับในประเทศญี่ปุ่น บางทีอาจใช้เป็นคำพูดทักทายการเสนอแนะ การแสดงความเคารพนับถือหรือการขอโทษ ในแบบอย่างๆของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายแบบและก็หลายกริยาที่คุณควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าไว้ก่อนการมาเยือนในประเทศญี่ปุ่นในตอนพักร้อนอันสวยสดงดงามของคุณเอง

แนวทาง วิธีการคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น สำหรับในการประพฤติตามประเพณีที่ถูกต้อง

1. การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการทักทาย

คือเรื่องธรรดาที่จะโค้งศีรษะรวมทั้งไหล่เล็กน้อยราว ๆ 1 0 องศา เพื่อเป็นการทักเพื่อนพ้อง ท่าทีคล้ายกันสามารถใช้สำหรับการกล่าวลา ในโอกาสที่เป็นทางการเป็นอย่างมากพวกเราก็นิยมใช้การคำนับอย่างนี้เพื่อเกียรติกับฝ่ายที่คุณโค้งให้

2. การเสนอแนะ

สำหรับการเปิดตัวทั้งยังแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการโค้ง 3 0 องศา เฉพาะส่วนบนของร่างกายคุณ ก็จะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกัน สิ่งจำเป็นคือจำเป็นต้องให้ศีรษะรวมทั้งไหล่ของคุณตรงและก็มืออยู่ข้าง ๆ ลำตัว

ภายหลังจากทำแลกเปลี่ยน meishi แล้วให้โค้งค้างไว้โดยประมาณ 1 วินาที ไม่สมควรที่จะจะต้องสัมผัสสายตาระหว่างโน้มลงไป (ตามความเป็นจริงถือได้ว่าแบบที่ไม่ดี) เว้นระยะนิดหน่อยเพื่อหลีกเลี่ยงศีรษะชนกัน ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้

หากผู้ที่คุณกำลังสัมมนาอยู่มีความสำคัญมาก ๆ การเคารพต้องเป็นแบบ 4 5 องศา ห้ามเคารพแล้วก็ประสานมือในขณะเดียวกัน โอบามาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในการเคารพที่ไม่ถูกของเค้าเมื่อมาเยี่ยมประเทศญี่ปุ่นครั้งยังครองตำแหน่งผู้นำสหรัฐ อย่างไรก็แล้วแต่นี่เป็นจุดบกพร่องทั่ว ๆ ไปที่มิได้มีนัยสำคัญอะไร

3. เคานับ นับถือจงรักภักดี

การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เป็นการแสดงออกของความนอบน้อม มันแสดงถึงความยำเกรงเสมอ ในนารา กวางได้แปลงเป็นที่รู้จักดีสำหรับการเคารพของคนประเทศญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในรอบๆนั้น

4. เวลาเล่นแข่งกีฬา

การโค้งคำนับอีกอันหนึ่งเป็นการโค้งคำนับระหว่างศัตรูก่อนจะมีการชิงชัยกีฬา นี่ชอบเป็นถวายคำนับแบบตื้นๆแต่ว่ามากกว่าการทักนิดหนึ่งที่ 2 0 องศา

5. การโค้งคำนับในพิธีทางศาสนา

นอกเหนือจากนั้นยังคือเรื่องปกติที่จะนมัสการพระผู้เป็นเจ้าที่ศาลเจ้าศาสนาชินโต นี่ชอบเป็นโค้งแบบตื้นๆของร่างกายส่วนบน พิธีการศาสนาชินโตมักโค้งในท่าคุกเข่าแต่ว่าเป็นโค้งตื้นๆ

6. การโค้งคำนับในศิลป์การต่อสู้

ศิลป์การต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะของการก้มลง ความนับถือที่ยิ่งใหญ่ให้กับคุณครู ของนักสู้เอง เป็นเรื่องสำคัญที่จะแสดงความเคารพนับถือต่อคู่แข่งของเค้า

7. ถวายคำนับให้กับลูกค้า

ในประเทศประเทศญี่ปุ่นลูกค้านับได้ว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้า คือเรื่องธรรดาที่บุคลากรจะโค้งให้ลูกค้า นี่เป็นส่วนโค้งของลำตัวส่วนบนราว 2 0 องศา

8. การคำนับแบบประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการขอบคุณ

ในงานสมรสของประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติที่เจ้าสาวจะพูดจาอารมณ์กับบิดามารดาของเธอ – ขอบพระคุณทุกคนที่เกื้อหนุน

9. คำนับมือแสดงจบ

เหมือนกันกับในตะวันตกเป็นเรื่องปกติที่ดาราจึงควรก้มสำหรับการตอบสนองต่อเสียงตบมือ นี้มักจะเป็นการคำนับแบบตื้น แต่ว่าสำหรับเกอิชาจึงควรคำนับแบบลึกๆ

10. ขออภัยเล็กน้อย

ขออภัยบางส่วนเกี่ยวเนื่องกับการคำนับเพียงแค่ 1 0 องศา ความประพฤติปฏิบัตินี้สามารถใช้ได้ ถ้าหากคุณชนคนที่ไม่รู้จักหรือกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความขัดข้องบางส่วนให้กับผู้อื่นดังเช่น หากมีคนกดประตูลิฟต์รอคุณ คุณก็ควรจะบอกว่า s u m i m a s e n (ฉันขออภัย) แล้วคำนับแบบตื้น 1 0 องศานั่นเอง

11. ขออภัยบ่อย ๆ

เช่น ถ้าหากนายจ้างของคุณเรียกไปอบรมตักเตือน การคำนับที่ถูก คือ โน้มลำตัวส่วนบนลงมา 4 5 องศารวมทั้งมืออยู่ข้างๆแนบลำตัว กดค้างไว้ 5 วินาที แล้วกล่าวว่า “s u m i m a s e n d e s h i t a” (ฉันขออภัยสำหรับสิ่งที่ฉันทำผิดพลาดไป)

12. ขออภัยอย่างเป็นจริงเป็นจัง

เช่น เมื่อบริษัทของคุณจะออกผลิตภัณฑ์ที่มีจุดอ่อน สำหรับในการแถลงข่าวคุณอาจขออภัยด้วยการโค้งยาวๆ 45 องศาของร่างกายส่วนบน บางทีอาจถือว่าเป็นเหมาะสมกับการวางตำแหน่งถวายคำนับเป็นเวลา 15 หรือ 20 วินาที แล้วพูกว่า “m o u s h i w a k e g o z a i m a s e n d e s h i t a” (ฉันเศร้าใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ฉันทำ)

13.ขออภัยด้วยความตกใจ

เช่น หากคุณเป็นเด็กเสิร์ฟแล้วก็คุณจำเป็นต้องชงกาแฟร้อนทั่วทั้งยังลูกค้า คุณอาจจำเป็นต้องคำ 45 องศาซ้ำไปซ้ำมา เพื่อบอกว่าคุณเสียใจแค่ไหน แล้วกล่าวว่า “moushiwake gozaimasen” (ฉันเสียใจมาก)

14. ขออภัยอย่างร้ายแรง

เช่น หากคุณก่อคดีรุนแรงรวมทั้งขอโทษคนที่กลายเป็นเหยื่อ คุณจะถวายคำนับจากท่านั่งยอตัว แล้วบอกว่า “makoto ni moushiwake gozaimasen deshita” (ฉันขอโทษอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่ฉันทำ)

นอกเหนือจากการคำนับที่เจาะจงไว้ข้างต้นแล้วยังมีแบบอ่อนน้อมอยู่หลายต้นแบบอีกด้วย แล้วเราจะนำมาให้ผู้อ่านได้อ่านอีกแน่นอน

ขอขอบคุณบทความจาก U F A B E T