โอมากาเสะ

โอมากาเสะ
โอมากาเสะ

โอมากาเสะ หลายคนคงสงสัย Omakaseคืออะไร ซึ่งก็คือการเสิร์ฟตามใจเชฟ หรือ เชฟจัดให้ นั่นเอง เพราะเชฟจะรู้ดีว่าวัตถุดิบช่วงนี้อะไรอร่อยมากที่สุด เช่น ปลาตัวเดียวกัน กินต่างฤดู รสชาติก็ต่างกัน การเลือกกินโอมากาเสะ ก็เหมือนการเลือกกินสิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้กับอาหารที่ควรลิ้มลองและฮิตมากในตอนนี้

โอมากาเสะ คืออะไร

Omakase คือ วิถีการกินแบบตามใจเชฟ หรือ Chef’s Table ในภาษาญี่ปุ่นคำว่า Omakase นั่นหมายถึง ‘ตามใจเชฟ’ คือการรับประทานอาหารโดยที่เราไม่ได้เลือกเมนูเอง เชฟจะเป็นผู้คิดค้นเมนูและจัดหาวัตถุดิบชั้นเลิศมาให้เราได้ทานกัน โดยปกติแล้วเชฟจะยืนทำอาหารให้ดูต่อหน้า ในร้านอาหารแบบโอมากาเสะนั้นส่วนใหญ่จะต้องจองล่วงหน้า เพราะบางร้านคิวอาจจะเต็มข้ามเดือนหรือข้ามปีกันเลยทีเดียว ฉะนั้นหากใครที่มีโอกาสจะได้ไปเยือนโตเกียวและเป็นคอซูชิอยู่แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ไปลองทานซูชิแบบโอมากาเสะดู เพราะที่โตเกียวมีร้านซูชิโอมากาเสะขึ้นชื่ออยู่หลายร้าน รับรองว่าอร่อยฟินอย่างแน่นอน สำหรับรายชื่อร้านซูชิโอมากาเสะที่ไม่ควรพลาดนั้นมีร้านไหนบ้าง ไปดูกันได้เลย

โอมากาเสะ
โอมากาเสะ

6 ร้านดังโอมากาเสะในโตเกียว

1. Yoshitake

มาประเดิมกันด้วยร้านซูชิโอมากาเสะอย่างร้าน Yoshitake ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลมิชลิน 3 ดาว ร้านตั้งอยู่ที่อาคาร Brown Place ชั้น 9 ภายในร้านมีเพียง 7 ที่นั่งเท่านั้น สามารถเลือกทานได้ทั้งซูชิธรรมดา แบบเมนูเซ็ท แบบโอมากาเสะ และเมนูทานเล่น แต่ละเมนูนั้นเชฟจะทำอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน เมนูเด็ดแบบโอมากาเสะนั้นต้องยกให้ Uni Sushi ซูชิไข่หอยเม่นรสหวานที่ให้มาเต็มๆ คำ อีกทั้งเรายังจะได้สัมผัสบรรยากาศความเป็นกันเองของเชฟและเหล่าลูกศิษย์ที่รอให้บริการด้วยความตั้งใจด้วย

2. Sushi Saito

เป็นร้านซูชิที่ได้รับการขนานนามจากนักชิมทั่วโลกให้เป็นร้านซูชิที่ดีที่สุดในโลกด้วยรางวัลมิชลินระดับ 3 ดาว หากใครอยากทานต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ทางร้านจะเปิดให้จองในวันที่ 1 ของทุกเดือน เมนูภายในร้านมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบซูชิอย่างเดียว หรือซูชิพร้อมอาหารจานหลัก (Appetizer) แบบโอมากาเสะ เมนูที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นจานขึ้นชื่อของร้านแห่งนี้ก็คือ ไข่ปลาแซลมอน (Ikura) ที่นำผิวส้มยูสุมาโรยเพื่อตัดความเค็มและมันของไข่ปลา นอกจากนี้ยังมีโรลซาบะ (Saba Battera) และไข่หอยเม่น (Uni) ราดข้าวญี่ปุ่น ไม่มีสาหร่ายมาตัดรสชาติ ทำให้เราได้ลิ้มรสชาติของไข่หอยเม่นอย่างเต็มปากเต็มคำ ปิดท้ายด้วยเมนูปลามากุโร่ที่จัดเสิร์ฟพร้อมกัน 3 คำ คือ ส่วนท้อง (Otoro) ส่วนเนื้อใกล้ครีบ (Chutoro) และส่วนเนื้อแดง (Akami) รับรองเลยว่าร้านนี้ต้องติดใจจนต้องอยากมาทานซ้ำอย่างแน่นอน

3. Imamura

เป็นร้านดังที่จะได้สัมผัสรสชาติของซูชิที่แตกต่าง เพราะร้านนี้หุงข้าวด้วยหม้อเหล็กอย่างดีจากฝีมือของเชฟที่ได้เคยไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศเบลเยี่ยม การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลินระดับ 1 ดาว ที่นี่เป็นร้านเล็ก ๆ แบบโอมากาเสะที่มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์เพียง 8 ที่นั่ง เสิร์ฟเมนูทานเล่น 8 เมนู ตามด้วยเมนูซูชิคำหลักอีก 13 เมนู และปิดท้ายด้วยของหวานอีก 2 เมนู สำหรับเมนูที่ใคร ๆ ต่างก็ยกนิ้วให้นั่นก็คือ Akagai, Shime-saba, Zuke และ Chutoro ที่ได้ทานแล้วอยากจะขอเพิ่มอีกหลาย ๆ เลยทีเดียว

4. Taku

เป็นร้านซูชิแบบโอมากาเสะที่รังสรรค์เมนูซูชิแบบโบราณแท้ ๆ ออกมาให้ได้ทานกัน แต่บรรยากาศของร้านจะทันสมัยสมกับที่อยู่ในย่านที่ผู้คนพลุกพล่านอย่าง Nishi-Azabu ภายในร้านมีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ 8 ที่นั่ง และมีโต๊ะส่วนตัวให้เลือกนั่งด้วยเช่นกัน ร้าน Taku ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยด้วยดาวมิชลิน 2 ดาว สำหรับเมนูโอมากาเสะของที่นี่มีมากถึง 30 รายการตั้งแต่อาหารทานเล่น เมนูหลัก ไปจนถึงของหวาน ความโดดเด่นอีกอย่างคือเชฟมีความรู้เรื่องไวน์ จึงทำให้สามารถทานซูชิกับไวน์ชั้นดี หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ ทานคู่ไปด้วยก็อร่อยไม่แพ้กัน

5. Kyubey

นี่คือร้านย่านดังในตำนานที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นยังแนะนำว่าต้องมา ร้าน Kyubey เป็นร้านซูชิเกรดพรีเมี่ยม เปิดมานานกว่า 80 ปี และได้รับรางวัลมิชลินระดับ 1 ดาว มาการันตีความอร่อย อีกทั้งยังเป็นร้านซูชิต้นกำเนิดของซูชิหน้าไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอนอีกด้วย เมนูของร้านจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เมนูที่เป็นไฮไลท์เด็ดเห็นว่าจะเป็นเมนูซูชิหน้ากุ้ง ที่เชฟจะแกะหัวกุ้งและเปลือกกุ้งตอนที่ยังเป็นๆ ออกมาโปะลงบนข้าวที่ปั้นไว้พอดีคำ ให้เราได้ลิ้มรสความหวานของเนื้อกุ้งอย่างเต็มที่

6. Umi

ร้าน Umi ได้รับรางวัลมิชลินระดับ 2 ความโดดเด่นของร้านนี้คือความสดและหลากหลายของวัตถุดิบ บางอย่างหาทานได้ยากมาก ส่งตรงจากท่าเรือหลายแห่งในญี่ปุ่น เสิร์ฟเป็นคำขนาดพอดี ส่วนขิงดองของที่นี่ก็ถือว่าเป็นของเด็ดเลยทีเดียว เมนูที่พลาดไม่ได้ของร้าน Umi ก็คือเมนูซูชิ Chutoro หรือเมนูซูชิท้องปลาทูน่าที่รสชาติดี นุ่มลิ้นสุดๆ อีกทั้งยังมีเมนู Uni and Ikura หรือไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน ที่วัตถุดิบส่งตรงมาจากย่านอาโอโมริและซากะ เป็นเมนูเด็ดที่สุดของร้านนี้ สำหรับรายการอาหารของ Umi นั้นแบ่งเป็น Otsumami หรือ Appitizer มีทั้งหมด 11 คำ ส่วนเมนูหลักคือ Sushi นั้นมีด้วยกัน 13 คำ ก่อนจะปิดท้ายด้วย Tamago หรือไข่หวานญี่ปุ่นและซุปมิโสะ รับรองว่าจะเป็นมื้ออาหารที่ประทับใจแน่นอน

โอมากาเสะ
โอมากาเสะ

เมนูโอมากาเสะ

ส่วนมาก ซูชิมักจะเป็นพระเอกในโอมากาเสะ แต่ว่าไม่ได้มีแค่ซูชิ เพราะมีทั้งซาชิมิ เมนูเด็ดๆ ของเชฟ ซุป ของหวานในคอร์สอีกด้วย ซึ่งลำดับการเสิร์ฟจะเรียงตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ทั้งนี้หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าชอบและถูกใจเมนูนี้จะสามารถสั่งได้อีกหรือไม่ อันนั้นก็แล้วแต่ร้าน แต่ส่วนมากก็สามารถสั่งเพิ่มได้ซึ่งการสั่งแบบตามใจฉันนั้นเรียกว่า โอะโคะโนมิ (Okonomi) ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับการสั่งซูชิกินในร้านทั่วไปเช่นเดียวกัน เพียงแต่ในร้านโอมากาเสะ คุณจะไม่ทราบว่าแต่ละเมนูนั้นราคาเท่าไหร่ จึงเรียกได้ว่าต้องวัดดวงกับราคา จึงไม่ค่อยนิยมสั่งเพิ่ม

ราคาโอมากาเสะ

แน่นอนว่า โอมากาเสะ นั้น ย่อมมีราคาแพงกว่าการสั่งซูชิ หรืออาหารเป็นเซ็ตตามร้านหรือการเลือกจากเมนูที่เราจะรู้ว่าแต่ละชิ้นนั้นราคาเท่าไหร่ แต่ว่าก็ไม่ได้มีแต่แบบที่ราคาแพงเกินไป อย่างที่หลายคนเข้าใจ ราคาของโอมากาเสะ นั้นมีตั้งแต่ 3,000-30,000 เยน ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพ ระดับของร้านนั่นเอง ทางร้านนั้นจะแจ้งราคาของโอมากาเสะก่อนคุณเข้าใช้บริการ แต่ไม่ได้บอกว่าแต่ละเมนูนั้น ราคาเท่าไหร่ ดังนั้น การสั่งอะไรเพิ่มเติมเป็นอะไรที่ต้องเสี่ยงดวง เพราะถ้างบไม่เหลือ แนะนำให้กินเท่าที่เขาจัดให้จะดีที่สุด

โอมากาเสะ
โอมากาเสะ

โอมากาเสะ คืออะไร ตอนนี้หลายคนคงได้คำตอบแล้ว ได้ไปญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องลองไปชิมดูได้เพราะมีหลายราคาให้เลือก ทั้งราคาถูกและแพงขึ้นอยู่กับของที่เซฟได้นำมาเสิร์ฟ บอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดอย่างแน่นอน

ขอบขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์ www.ufa877.com

สามารถอ่านข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ อาหารญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *