โชจินเรียวริ (Shojin Ryori)

โชจินเรียวริ (Shojin Ryori)
โชจินเรียวริ (Shojin Ryori)

โชจินเรียวริ (Shojin Ryori) อาหาเจในวัดญี่ปุ่น ซึ่งในญี่ปุ่นนั้น การรับประทานอาหารเจหรือมังสวิรัติในแบบญี่ปุ่นเรียกว่า “ โชจินเรียวริ ” ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับอาหารเจสไตล์ญี่ปุ่นหรือโชจินเรียวริกัน

เทศกาลกินเจ นั้นเป็นเทศกาลที่เราอาจจะมองว่าเป็นเทศกาลในเมืองจีน แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ประเทศจีนไม่ได้มีเทศกาลกินเจ หรือบางข้อมูลในเว็บลงข้อมูลเทศกาลกินเจในญี่ปุ่น แต่ที่จริงแล้ว มีคนญี่ปุ่นให้คำตอบว่าที่ญี่ปุ่นก็ไม่มีเทศกาลกินเจเช่นกัน ซึ่งนอกจากข้อมูลในไทยก็ไม่พบว่ามีการจัดเทศกาลกินเจกันเป็นสัปดาห์ ๆ นอกเหนือจากจะมีเทศกาลอาหารเจตามวัดต่าง ๆ แต่ละช่วง

หลักการของ โชจินเรียวริ (Shojin Ryori)

Shojin Ryori มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน โดยเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นผ่านพระโดเก็น ผู้ซึ่งก่อตั้งพุทธศาสนานิกายเซ็น และได้เริ่มแพร่หลายในญี่ปุ่นพร้อม ๆ กับพุทธศาสนานิกายเซ็น ในศตวรรษที่ 13 ตามหลักพุทธศาสนานิกายเซ็นและมหายาน นั้นจะไม่ให้ฆ่าสัตว์และมาประกอบอาหาร ทำให้โชจินเรียวริปราศจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมถึงพืชผักกลิ่นฉุน เช่น กระเทียมและหัวหอมด้วย โชจินเรียวริจึงมีความใกล้เคียงกับอาหารเจที่เรารู้จักกัน

แต่จะเป็น Shojin Ryori ได้ จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “กฎ 5 ข้อ” ในการประกอบอาหาร ประกอบด้วย 5 สี, 5 รสชาติ และ 5 วิธีการกินซึ่งล้วนแต่ได้มาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่มเติม เพราะว่าเวลากินอาหารมังสวิรัติ หรือว่ากินอาหารเจมักจะไม่ได้สารอาหารครบถ้วน ดังนั้นต้องมีเมนูที่ให้โปรตีนเป็นส่วนประกอบ อย่างเช่นเต้าหู้งา ที่ให้โปรตีนเป็นต้น นอกจากนี้โชจินเรียวริยังเป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบอย่างอย่างคุ้มค่า ทุกส่วนของพืชไม่ว่าจะเป็นเปลือกแครอท หรือหัวของพืชบางชนิดที่ปกติเรามักจะหั่นทิ้งก็ถูกนำมาใช้ปรุงในซุปผักได้แบบไม่เหลือทิ้ง

หลักการสำคัญของโชจินเรียวริ ก็คือการปรุงอาหารอย่างกลมกลืนสอดคล้องและมีเมตตา ทำให้อาหารแบบนี้ไม่มีเนื้อสัตว์ เพราะไม่สามารถฆ่าสัตว์ได้ แต่เป็นอาหารมังสวิรัติที่ปรุงอย่างสอดคล้องกับฤดูกาลแห่งการเติบโตของพืชผักต่างๆ

โชจินเรียวริ คืออะไร

คำว่า “โช” แปลว่า การขัดเกลา การทำสมาธิ หรือการทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นมา

คำว่า “จิน” หมายถึง การเคลื่อนเข้าสู่อะไรบางอย่าง

เมื่อนำ “โชจิน” มารวมกันจะหมายถึง การเคลื่อนเข้าสู่สิ่งที่ดีงามผ่านการขัดเกลาตัวเอง และมีนัยคือการอุทิศตัวให้กับอะไรบางอย่าง เพื่อลดละจากตัวเรา

             ส่วนคำว่า “เรียวริ” คือคำที่หมายถึงตำรับอาหารหรือ cuisine

ดังนั้น “โชจิน เรียวริ”  จึงเป็นคำเรียกอาหารที่มีนัยลึกซึ้ง และส่วนใหญ่จะหมายความถึงอาหารของวัด แต่จะไม่ใช่อาหารที่ได้จากการใส่บาตร แต่คืออาหารที่พระเป็นผู้ปรุงเองโดยใช้สติ ความเมตตา และการขัดเกลาตัวเอง ซึ่งก็เป็นวิถีพุทธอีกแบบหนึ่ง

           Shojin Ryori ก็คือ อาหารเจหรือมังสวิรัติในแบบญี่ปุ่นที่รับประทานในวัด แต่เดิมเป็นอาหารสำหรับพระญี่ปุ่นและผู้ที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัด และในทุกวันนี้คนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยว ก็สามารถหาทานได้เช่นกัน และเป็นอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ จึงได้รับความนิยมในหมู่คนที่ทานอาหารมังสวิรัติในปัจจุบันอีกด้วย

ในประเทศญี่ปุ่นนั้น การรับประทานอาหารเจหรือมังสวิรัติในแบบญี่ปุ่นมีชื่อว่า “Shojin Ryori” คืออาหารเจที่ถูกทำรับประทานกันในวัด ซึ่งวัดในญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นนิกายมหายาน โดยสืบทอดมาจากประเทศจีน นิกายมหายานนั้นจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ และรับประทานแต่ผัก ดังนั้นคนญี่ปุ่นที่เข้าไปปฏิบัติธรรมในวัด จะได้รับประทานอาหารเจ เนื่องจากในวัดห้ามนำเนื้อสัตว์เข้าไปทาน เชื่อว่าหลังจากที่ชาวจีนโพ้นทะเลเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ แล้ว ในช่วงการถือศีลเพื่อให้ความเคารพต่อองพระโพธิสัตว์ จึงได้รับประทานเจกันด้วยแบบเดียวกับการปฏิบัติตัวในวัด และเกิดเป็นเทศกาลกินเจ ดัวนั้นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รูปลักษณ์ของ Shojin Ryori

Shojin Ryori จะแตกต่างกันไปตามแต่ละถิ่นฐาน ซึ่งเราจะสืบในเกียวโตเป็นหลัก หน้าตาอาหารจะเป็นอาหารชุดธรรมดา มีข้าวผักดอง อาหารผัด ต้ม ไม่เน้นการปรุงรสชาติ  ในบางวัดที่มีการจัดเทศกาลกินเจ จะจัดอาหารเจที่มีการตกแต่งด้วยหลักการเดียวกับไคเซคิ  ซึ่งก็คืออาหารที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และตกแต่งตามฤดูกาล  ดูหรูหรามีราคา ปกติแล้วการปรุงอาหารแบบShojin Ryoriจะไม่เน้นรสชาติหรือความอร่อย ด้วยความที่นักบวชต้องละกิเลศจึงไม่เน้นการปรุงแต่ง แต่ส่วนมากจะใช้การปรุงเพื่อที่จะดึงรสอาหารตามธรรมชาติออกมา ต้ม นึ่ง ทอด และใช้วัตถุดิบจาก บุก ไชเทา หัวมัน หลังจากที่ได้รับประทานเสร็จแล้วจะต้องใช้น้ำชาเทลงในถ้วยข้าว แกว่งด้วยผักดองแล้วดื่มเพื่อชำระล้าง

ซึ่งหากเรามองให้ลึกถึงแก่น ที่มาของการปฏิบัติธรรม ก็จะเข้าใจได้ถึงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เน้นการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว แล้วรับประทานเจให้มีความสุข ก็จะถือว่าเป็นเทศกาลเพื่ออิ่มบุญ ได้กุศลอย่างแท้จริง

อย่างใดก็ตาม เทศกาลกินเจดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากพุทธศาสนานิกายมหายาน คือเทศกาลที่เน้นการ “ปฏิบัติธรรม” และ “ถือศิล” ซึ่งการกินเจนั้น เป็นเรื่องตามหลักเพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ละกิเลศ เช่นเดียวกับนักบวช ซึ่งถ้าหากเรามองให้ลึกถึงแก่นที่มาของการปฏิบัติธรรม ก็จะสามารถเข้าใจได้ถึงวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เน้นการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ แล้วรับประทานเจให้มีความสุข ก็จะถือว่าเป็นเทศกาลได้บุญได้กุศลอย่างแท้จริง

ขอบขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์ ufa877.com

สามารถอ่านข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ อาหารญี่ปุ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *