เท็มปุระ

เท็มปุระ
เท็มปุระ

เท็มปุระ เป็นอาหารยอดนิยมที่ขึ้นชื่อในโตเกียวตั้งแต่ยุคเอโดะ ซึ่งได้รับเทคนิคการปรุงอาหารทอดที่หลากหลายมาจากต่างประเทศ และมีการประยุกต์จนสามารถดึงความกลมกล่อมของรสอร่อยในวัตถุดิบออกมาได้เป็นอย่างดี เป็นอาหารญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักมากทำจากของทะเลและผักที่นำไปชุบแป้งที่ปรุงแบบญี่ปุ่นแล้วจากนั้นจึงนำไปทอด

เท็มปุระ คืออะไร

เท็มปุระคืออะไรก็ตามที่ชุปแป้งแล้วนำไปทอด เท็มปุระจึงมีความคล้ายคลึงกับอาหารทอดของหลายๆ ประเทศ แต่แป้งของเท็มปุระมีความบางและกรอบกว่า

เป็นอาหารญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักมากอย่างหนึ่ง ทำจากของทะเลและผักที่นำไปชุบแป้งที่ปรุงแบบญี่ปุ่นแล้วนำไปทอด ในการทอด T e m p u r a นั้น จะใช้ไฟแรง โดยนำเอาวัตถุดิบไปชุบแป้งบาง ๆ แล้วลงทอดด้วยเวลาสั้น ๆ แค่ 3 0 – 4 0 วินาทีเท่านั้น เพื่อที่จะคงความสดของวัตถุดิบมากที่สุด ทั้งนี้สไตล์การกิน T e m p u r a ของชาวญี่ปุ่นนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ T e m p u r a อาหารทะเลชุบแป้งทอด และ T e m p u r a ผักทอด ที่จะนำผักหลาย ๆ ชนิดมาทอดรวมกัน แต่เทมปุระที่ดูจะติดอกติดใจชาวไทยก็คงจะหนีไม่พ้นกุ้งเทมปุระ

ความเป็นมาของ T e m p u r a

ถือเป็นอาหารจานหลักของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งชื่อเท็มปุระนั้นไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นสักนิด แต่ที่จริงแล้วคำว่าเท็มปุระเป็นภาษาโปรตุเกส มาจากคำว่า t e m p e r o มีข้อสันนิษฐานมีชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเท็มปุระมาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

วัตถุดิบที่ใช้

ส่วนผสมที่ใช้ทำแป้งนั้นคือ น้ำ แป้ง และไข่ไก่ และส่วนผสมที่ใช้สำหรับทำน้ำจิ้มนั้นมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำจิ้มและวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ T e m p u r a นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาคและฤดูกาล โดยทั่วไปแล้ว T e m p u r a มักจะทำมาจากผักและอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก และปลาทะเลตัวเล็ก ๆ มะเขือม่วง กุ้ง ฟักทอง และปลาหมึกกล้วย นั่นเอง

การเสิร์ฟ

T e m p u r a นั้นจะเสิร์ฟคู่กับซอส T e n – t s u y u ที่ทำจากน้ำต้มกระดูกชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของซอสถั่วเหลืองและไวน์ข้าวที่เรียกว่า m i r i n ดังนั้นอาจเพิ่มขิงหรือหัวไชเท้าได้เพื่อเพิ่มรสชาติที่เผ็ดร้อน ซึ่งในบางครั้งอาจจะเสิร์ฟขิงและหัวไชเท้าแยกกัน และคุณยังสามารถเติมขิงและหัวไชเท้าลงไปในซอสได้ก่อนที่จะจิ้ม T e m p u r a เพื่อเพิ่มรสชาติ

วิธีการรับประทาน

การเสิร์ฟ T e m p u r a ในแต่ร้านอาหารนั้นจะเสิร์ฟตามลำดับที่ควรจะรับประทานก่อน หมายความว่าคุณต้องทานอาหารที่อยู่ใกล้สุดก่อนและค่อยรับประทานเมนูที่วางถัดไป

ส่วนใหญ่จะพบว่า T e m p u r a จะมีพืชผักที่วางไว้ข้างหน้าสุดและตามด้วย T e m p u r a ซีฟู้ด ซึ่งในความเป็นจริงนั้นคุณไม่จำเป้นต้องทานให้หมดไปทีละอย่างแต่เพื่อการดื่มด่ำรสชาติของ T e m p u r a แต่ละชนิด ในการรับประทานทีละอย่างจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับอาหารที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดของการทาน T e m p u r a คือ เรื่องของการสั่งอาหาร เพราะ T e m p u r a ทำมาจากแป้งและเมื่อทิ้งไว้นานอาจจะนิ่มและหมดความกรอบได้ ดังนั้นควรสั่ง T e m p u r a เมื่อต้องการรับประทานทันที เพื่อจะได้รับประทาน T e m p u r a ร้อน ๆ ทอดกรอบที่ได้รสชาติที่อร่อยตรงดิ่งมาจากครัว

วิธีในการรับประทานแบบอื่น

นอกจากได้รับประทานเปล่า ๆ แล้ว T e m p u r a สามารถเข้าได้ดีกับเมนูอื่น คือ T e n – d o n (ข้าวที่เสิร์ฟในชามแล้ววางหน้าด้วยเท็มปุระ เหยาะด้วย d a s h i นิด มิริน และซอสถั่วเหลือง) อีกหนึ่งเมนูคือ T e n – s o b a (เมนูยอดฮิตที่ทานเข้ากันกับ T e m p u r a)โดยการวาง T e m p u r a ไว้ด้านบนของเส้นโซบะ หรืออุด้งก็ได้

มารยาทในการรับประทาน

ขนาดของ Tempura มีขนาดค่อนข้างใหญ่ คงดูไม่ดีแน่หากคุณทาน Tempura ทั้งหมดในคำ ๆ เดียวซึ่งมารยาทในการทาน Tempura ง่าย ๆ ก็คือ ให้กัดแค่เพียงครึ่งเดียวและคีบครึ่งที่เหลือไว้ด้วยตะเกียบโดยไม่วางอีกครึ่งกลับในจาน ซึ่งเมื่อคุณเคี้ยวหมดแล้วจึงรับประทานอีกครึ่งที่เหลือนั่นเอง

Tempura ทำให้หลายคนเข้าใจไปว่าเป็นอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่มีคนญี่ปุ่นเป็นคนคิดและเป็นต้นตำรับ แต่ความจริงแล้ว UFABET877 ต้นตำรับของ Tempura แท้ ๆ คือ ประเทศโปรตุเกสนั่นเอง ซึ่งต้นตำรับของชาวโปรตุเกสนั้นจะนำปลามาชุบแป้งทอดทำกินกันในหมู่บาทหลวง ซึ่งชาวโปรตุเกสเรียกอาหารจานนี้ว่า Friday Fish Fry ในปัจจุบันเมนูปลาชุบแป้งทอดของประเทศโปรตุเกสยังคงเรียกว่า เทมโพลา เหมือนในอดีตเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *